posttoday
ภาพจริง

ภาพจริง

19 กันยายน 2557

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน ส.ค. อยู่ที่ 88.7 ลดลงจากเดือน ก.ค. ที่ดัชนีอยู่ที่ 89.7 ถือเป็นการลดลงครั้งแรกรอบ 4 เดือนนับตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นตลอด

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน ส.ค. อยู่ที่ 88.7 ลดลงจากเดือน ก.ค. ที่ดัชนีอยู่ที่ 89.7 ถือเป็นการลดลงครั้งแรกรอบ 4 เดือนนับตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นตลอด

ปัจจัยหลักมาจากยอดคำสั่งซื้อสินค้าลดลง ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว ผนวกกับความกังวลในสถานการณ์สงคราม ขณะที่ยอดการผลิตสินค้าและยอดขายสินค้าในประเทศลดลง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าคงทน ทั้งรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องจักรกลทางการเกษตร ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สะท้อนถึงรายได้ของภาคการเกษตรที่ยังไม่ฟื้นตัว

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นติดต่อกันก่อนหน้านี้ เป็นเพราะสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในช่วงมีปัญหา เมื่อมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงทำให้ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น เพราะคาดการณ์ว่าสถานการณ์มีแนวโน้มที่ดี หลังมีคนกลางมาแก้ข้อขัดแย้งและเพิ่มขึ้นอีกหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แม้จะยังไม่เห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เพราะเชื่อแน่ว่าจะมีรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม เมื่อภาวะของสถานการณ์ที่แท้จริงเริ่มส่งผลกระทบตัวเลขจริง จึงปรากฏไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว สถานการณ์สงครามที่มีแววคุกรุ่น ล้วนส่งผลต่อภาคการผลิตในเมืองไทย ดัชนีความเชื่อมั่นในเดือน ส.ค. จึงสะท้อนภาพความเป็นจริงของผู้ประกอบการออกมา เพราะแม้จะมีรัฐบาลมีนายกรัฐมนตรี แต่ปัญหาในภาพรวมยังไม่ได้รับการแก้ไข

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ใน 3 เดือนข้างหน้าก็เช่นเดียวกัน ตัวเลขอยู่ที่ 102.4 ลดลงจาก 103.1 จากเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เพราะยอดคำสั่งซื้อและยอดขายโดยรวมลดลง ปริมาณการผลิตสินค้าลดลง ต้นทุนการผลิตสินค้าสูงขึ้นถือเป็นดัชนีคาดการล่วงหน้าที่ปรับตัวลดลงในรอบ 3 เดือนเช่นเดียวกัน

ในท่ามกลางปัญหามากมายคงต้องคอยดูแล้วว่า มาตรการด่วน กลาง ยาวของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังสลบไสลนี้ได้มากน้อยเพียงใด

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือน ส.ค.ร่วงลงครั้งแรกรอบ 4 เดือน อยู่ที่ 88.7 อุตสาหกรรมลดการผลิต ยอดขาย คำสั่งซื้อร่วง ทั้งยอดขายรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เผยการสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน ส.ค.อยู่ที่ 88.7 ลดลงจากเดือน ก.ค.ที่ดัชนี อยู่ที่ 89.7 ถือเป็นการลดลงครั้งแรกรอบ 4 เดือนนับตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นตลอด โดยมีปัจจัยมาจากยอดคำสั่งซื้อสินค้าลดลง ยอดการผลิตสินค้าและยอดขายสินค้าลดลง ในกลุ่มสินค้าคงทน ทั้งรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องจักรกลทางการเกษตร อีกทั้งหลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมทำให้การขนส่งสินค้าไม่สะดวก

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ที่คาดการใน 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 102.4 ลดลงจาก 103.1 จากเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เพราะยอดคำสั่งซื้อ และยอดขายโดยรวมลดลง ปริมาณการผลิตสินค้าลดลง ต้นทุนการผลิตสินค้าสูงขึ้น ถือเป็นดัชนีคาดการล่วงหน้าที่ปรับตัวลดลงในรอบ 3 เดือนเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้มาตรการที่จะกระตุ้นให้เศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งทำให้ความเชื่อมั่นของภาคเอกชนสูงขึ้นคือ การเร่งงบประมาณของภาครัฐเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ และทำให้เศรษฐกิจในประเทศกลับมาฟื้นตัว เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายเช่นเดียวกัน แต่หลังจากมีการจัดตั้ง คณะรัฐบาลอย่างเป็นทางการแล้ว และหน่วยงานภาครัฐเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจในประเทศจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นไป จนถึงช่วงสิ้นปีนี้

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดว่าจะมีการขยายตัวประมาณ 2% และการส่งออกสินค้าไทยไปต่างประเทศ คาดว่าจะขยายตัว 2% ลดลงจากเดิมที่ภาครัฐ คาดว่าจะขยายตัว 33.5% เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอยู่ และยอดขายสินค้ากลุ่มรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนในปีหน้าคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาขยายตัวได้ดีในระดับ 45%

ขณะเดียวกันภายหลัง วันที่ 1 ต.ค.นี้ ส.อ.ท. มีแผนเข้าพบ นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เพื่อเสนอแนวทางการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม นโยบายแรงงานในประเทศ การดำเนินงานเรื่องหลักธรรมภิบาล และการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ

นายสุพันธุ์ กล่าวถึง แนวคิดของนักวิชาการที่ได้เสนอมีการควบรวมกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์นั้น ส.อ.ท.มีความเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เพราะในช่วงที่ผ่านมาการทำงานของสองกระทรวงมีความทับซ้อนกันอยู่ในบางเรื่อง โดยหากมีการรวมทั้งสองกระทรวงจะทำให้งบประมาณในการใช้จ่ายลดลง และภาครัฐสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่เจ้าหน้าที่ราชการได้ นอกจากนี้เห็นด้วยกับการที่ภาครัฐจะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แต่ควรดำเนินการเมื่อเศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้น

ถือเป็นความหวังโค้งสุดท้ายสำหรับผู้ประกอบการในปีนี้ เพื่อต่อลมหายใจให้อยู่รอดต่อไปในปีหน้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท