
ณรงค์ชัยการันตีต้นต.ค.ขึ้นราคาแอลพีจี-เอ็นจีวี
“ณรงค์ชัย” ส่งสัญญาณต้นต.ค.ขยับขึ้นแอลพีจีเอ็นจีวี คิวถัดไปขยับภาษีดีเซล
“ณรงค์ชัย” ส่งสัญญาณต้นต.ค.ขยับขึ้นแอลพีจีเอ็นจีวี คิวถัดไปขยับภาษีดีเซล
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงานว่า ได้มอบนโยบายเร่งด่วนให้ไปดำเนินการ โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เกิดความเป็นธรรม โดยในช่วงต้นเดือน ต.ค. จะพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นราคาแอลพีจีในภาคขนส่งและราคาเอ็นจีวี ส่วนจะปรับขึ้นราคาในภาคขนส่ง และปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีในอัตราเท่าไหร่นั้น ยังไม่ขอเปิดเผย
อย่างไรก็ตาม จะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้บางกลุ่มเพื่อลดผลกระทบ ซึ่งจะมีทั้งมาตรการเก่าและมาตรการใหม่พร้อมๆ กัน
“เรื่องการปรับราคาแอลพีจีขนส่งและเอ็นจีวีเท่าไหร่นั้น คงไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้ ส่วนการดูแลราคาน้ำมันดีเซล ได้หารือกับกระทรวงการคลังในเรื่องภาษีแล้ว แต่คงไม่ปรับภาษีรวดเดียว ซึ่งจะเป็นเรื่องต่อไปที่จะดำเนินการต่อไป” นายณรงค์ชัย กล่าว
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า แนวทางการปรับโครงสร้างราคาแอลพีจี จะปรับขึ้นราคาในส่วนของภาคขนส่งจากปัจจุบัน 21.38 บาท/กก. โดยจะเสนอให้ปรับขึ้นทันที 1.25 บาท/กก. เพื่อให้เท่ากับราคาแอลพีจีครัวเรือนที่ราคา 22.63 บาท/กก. หรือทยอยปรับขึ้นราคา 2 ครั้งๆละ 62 สต./กก. เพื่อไม่ให้มีผลกระทบมากเกินไป โดยจะมีมาตรการลดผลกระทบให้กับกลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่ให้ได้ใช้แอลพีจีในราคาเดิม
ขณะที่การปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีนั้นกำหนดไว้จะขยับในช่วงแรกก่อน 1 บาท/กก. จากปัจจุบันที่มีราคา 10.50 บาท/กก. แม้ว่าการปรับราคาครั้งนี้จะยังไม่สะท้อนต้นทุนเอ็นจีวีจริงที่ควรจะมีราคา 1415 บาท/กก. แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะไม่ได้มีการปรับราคามานานแล้ว ทำให้บริษัท ปตท. รับภาระส่วนต่างราคาที่เกิดขึ้นปีละ 1 หมื่นล้านบาท
นอกจากปรับโครงสร้างราคาพลังงานแล้ว นายณรงค์ชัย กล่าวว่า จะเร่งเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ ครั้งที่ 21 และการพิจารณาเงื่อนไขต่ออายุสัญญาสัมปทานรายเดิม เพราะแหล่งสำรองก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเริ่มทยอยลดลง จำเป็นต้องมองหาแหล่งก๊าซฯ ในพื้นที่ใหม่ๆ หากไม่เตรียมพร้อมในการหาแหล่งก๊าซฯ ใหม่ ก็ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวที่มีราคาแพงกว่าก๊าซฯ ในอ่าวไทย 2 เท่าตัว ซึ่งจะกระทบกับต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและค่าเอฟทีได้







