posttoday
สบช่องรัฐหนุนโซลาร์เซลล์เอสพีซีจีพร้อมลุยใน-นอก

สบช่องรัฐหนุนโซลาร์เซลล์เอสพีซีจีพร้อมลุยใน-นอก

19 กันยายน 2557

หลังจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายออกกฎกระทรวงที่จะยกเว้นให้การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปไม่เกิน 1,000 กิโลวัตต์

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

หลังจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายออกกฎกระทรวงที่จะยกเว้นให้การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปไม่เกิน 1,000 กิโลวัตต์ ไม่ต้องขออนุญาตประกอบกิจการโรงงาน หรือ ร.ง.4 ส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตแผงโซลาร์เซลล์เห็นโอกาสในการขยายตัว และคาดการณ์ว่าจะส่งผลให้ภาพรวมเติบโตถึง 3 เท่าตัว

บริษัท เอสพีซีจี เป็นหนึ่งในผู้ผลิตโซลาร์รูฟและโซลาร์ฟาร์มรายใหญ่ในประเทศไทย ก็มองเห็นโอกาสดังกล่าวเช่นกัน หลังจากที่เริ่มทำตลาดแผงโซลาร์บนหลังคาหรือโซลาร์รูฟมากว่า 1 ปี มีผู้ติดตั้งแล้ว 300 หลัง

วันดี กุญชรยาคง กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสพีซีจี กล่าวว่า จากวิกฤตพลังงานและนโยบายของ คสช.ที่ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปพลังงาน จะส่งผลให้เกิดความต้องการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์มากขึ้น บริษัทจึงร่วมมือกับบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จับมือพัฒนาธุรกิจโซลาร์รูฟ และแต่งตั้งให้โฮมโปรเป็นผู้แทนจำหน่ายแผงโซลาร์รูฟภายใต้แบรนด์ เอสพีอาร์ เพื่อทำตลาดกลุ่มลูกค้าบ้านพักอาศัยทั้งหมด ขณะที่เอสพีซีจีจะทำการตลาดเฉพาะลูกค้าโครงการ

ความร่วมมือดังกล่าว โฮมโปรทั้ง 67 สาขา จะวางจำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์ ระยะเวลาสัญญา 3 ปี โดยมีให้เลือก 3 ขนาด คือ เอส เอ็ม และแอล ให้กำลังผลิตไฟฟ้า 2.75, 3.75 และ 4.75 กิโลวัตต์ ตามลำดับ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2 แสนถึงกว่า 3 แสนบาท จะช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 30-40% คาดคืนทุนภายใน 8 ปี โดยบริษัทรับประกันแผงโซลาร์เซลล์นาน 25 ปี

ขณะที่การทำธุรกิจร่วมกับโฮมโปรนั้น ตั้งเป้ายอดขายปีแรกมีผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟประมาณ 1,000 หลัง หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 300 ล้านบาท เน้นกลุ่มครอบครัวที่มีค่าใช้จ่ายไฟฟ้าเดือนละ 5,000 บาทขึ้นไป ซึ่งในอนาคตบริษัทจะเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อให้สินเชื่อสำหรับผู้สนใจติดตั้งโดยอาจเป็นการผ่อนยาว 48 ปี และคิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับสินเชื่อบ้านเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ

สำหรับแผงโซลาร์เซลล์ดังกล่าว เป็นของบริษัท เคียวเซร่า จากญี่ปุ่น ซึ่งจากการเติบโตของตลาดไทยและตลาดอาเซียน ทำให้ เคียวเซร่า เข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัท เพื่อสร้างโรงงานประกอบแผงโซลาร์เซลล์ที่ จ.นครราชสีมา คาดใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยบริษัทร่วมลงทุนประมาณ 10% และโรงงานดังกล่าวจะเป็นฐานผลิตแผงโซลาร์เซลล์เพื่อส่งออกในตลาดอาเซียนด้วย คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ต้นปี 2558 เบื้องต้นจะผลิต 1 เมกะวัตต์/ปี และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้สูงสุด 5 เมกะวัตต์

“ตลาดอาเซียนเป็นโอกาสของธุรกิจไทยที่มีความพร้อมจะเข้าไปทำตลาด เช่น พม่า ที่ยังมีกำลังผลิตไฟฟ้าเพียง 2,000 กิโลวัตต์ ขณะที่ไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้าสูงถึง 3.3 หมื่นเมกะวัตต์ โดยเราวางเป้าหมายจะไปทำตลาดในทุกประเทศในอาเซียน ซึ่งจะไปร่วมกับเคียวเซร่าและมองหาพันธมิตรในแต่ละประเทศ”

นอกจากนี้ บริษัทยังเข้าร่วมลงทุนกับเคียวเซร่า เพื่อผลิตโซลาร์ฟาร์มในประเทศญี่ปุ่น มีกำลังการผลิตทั้งหมด 100 เมกะวัตต์ ใช้งบลงทุนรวม 8,000 ล้านบาท บริษัทลงทุนร่วม 10% หรือประมาณ 1,0001,500 ล้านบาท โดยจะเริ่มก่อสร้างต้นปี 2558

ขณะเดียวกัน บริษัทยังเตรียมเข้าประมูลงานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของภาครัฐตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านบาท ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชน ไม่เกิน 5 เมกะวัตต์/แห่ง กำลังการผลิตรวม 800 เมกะวัตต์ โครงการโซลาร์ฟาร์ม ไม่เกิน 90 เมกะวัตต์/แห่ง กำลังการผลิตรวม 576 เมกะวัตต์ โครงการโซลาร์รูฟ กำลังการผลิต 69.36 เมกะวัตต์ ซึ่งรวมทั้งสามโครงการคิดเป็นกำลังการผลิต 1,445.36 เมกะวัตต์ มีกำหนดจำหน่ายไฟภายในปี 2558

จากแผนงานทั้งหมด คาดว่าจะส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 4,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3,500 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2558 บริษัทจะมียอดขายเติบโตถึง 20-25% จากแนวโน้มการเติบโตของพลังงานทดแทนที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท