
ไดโซ รีเฟรชแบรนด์ เจาะวัยรุ่น พร้อมบุกอาเซียน
ร้านขายสินค้าทุกอย่างในราคา 60 บาท กำลังกลายเป็นธุรกิจดาวรุ่ง มีเชนร้านค้าญี่ปุ่นตบเท้าเข้ามาเปิดกิจการในไทยเพิ่มขึ้น
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ร้านขายสินค้าทุกอย่างในราคา 60 บาท กำลังกลายเป็นธุรกิจดาวรุ่ง มีเชนร้านค้าญี่ปุ่นตบเท้าเข้ามาเปิดกิจการในไทยเพิ่มขึ้น ด้วยคอนเซ็ปต์ขายสินค้า “คุ้มค่า คุ้มราคา” ไดโซ ซังเกียว ในฐานะผู้ปักธงและสร้างตลาดในไทยมายาวนาน จึงเดินหน้ายกเครื่องภาพลักษณ์ใหม่ พร้อมกับวางแผนสยายปีกตลาดอาเซียน เป็นการสปีดหนีคู่แข่งไปอีกขั้น
รัสรินทร์ สุรพัฒนไพศาล รองประธาน บริษัท ไดโซ ซังเกียว ประเทศไทย ผู้ดำเนินธุรกิจร้านไดโซขายสินค้า 60 บาท เปิดเผยว่า หลังจากไดโซเข้ามาดำเนินธุรกิจร้านขายสินค้าทุกอย่าง 60 บาท โดยนำคอนเซ็ปต์ร้านขายสินค้า “100 Yen Shop” ชื่อดังในญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันมีสาขาร่วม 2,800 สาขา มาเปิดในไทยเมื่อปี 2545 กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ตัดสินใจรีเฟรชแบรนด์ไดโซใหม่ทั้งหมด เพื่อทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์มีความทันสมัยยิ่งขึ้น และสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ จากเดิมฐานลูกค้าของเราจะเป็นวัยทำงานและครอบครัว
“เวลาผ่านไป 12 ปี ทำให้เราต้องรีเฟรชแบรนด์ รองรับกับการแข่งขันธุรกิจร้านค้าขายสินค้า 60 บาท ที่เริ่มมีผู้ประกอบการไทยซื้อแฟรนไชส์จากญี่ปุ่นเข้ามาเปิดกิจการ อาทิ เอโกะ ช็อป หรือกระทั่งผู้ประกอบการจากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนเอง ร้าน KOMONOYA เพราะทิศทางธุรกิจร้านขายสินค้าทุกอย่าง 60 บาท มีอนาคตที่สดใส เนื่องจากเป็นร้านค้าที่ชูคอนเซ็ปต์ความคุ้มค่า คุ้มราคากับคุณภาพสินค้า ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ พฤติกรรมผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าจากไดโซ มากขึ้น” รัสรินทร์ กล่าว
นอกจากนี้ กลุ่มลูกค้าที่ซื้อสินค้าทุกอย่าง 20 บาท จากร้านค้าระดับล่าง ก็เริ่มยกระดับมาซื้อสินค้าจากเชนร้านค้าญี่ปุ่นมากขึ้น ในฐานะที่เราเป็นผู้นำตลาด ไดโซจึงดำเนินการปัดฝุ่นแบรนด์ใหม่ ตั้งแต่ปรับโฉมร้านค้าใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “พิ้งค์ ไดโซ” สร้างสีสันร้านจากสีเขียวมาเป็นสีชมพู พร้อมกับนำเข้าสินค้ากลุ่มสกินแคร์ เครื่องสำอาง และขนมขบเคี้ยวจากญี่ปุ่นเข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง จากที่ผ่านมาสินค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มของใช้ในครัวเรือน ของตกแต่งบ้าน 34 หมื่นรายการ
ในเบื้องต้นบริษัทได้เดินหน้าปรับโฉมร้านไดโซแล้วกว่า 40% จากจำนวนสาขาทั้งหมด 93 สาขา และคาดว่าจะปรับครบแล้วเสร็จปีหน้า หลังจากการปรับโฉมร้านค้าแล้วปรากฏว่า การตอบรับดีมาก อัตราลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าต่อบิลเพิ่มขึ้น 20% เช่น ปกติซื้อ 3 ชิ้นต่อบิล เพิ่มเป็น 4 ชิ้นต่อบิล รวมทั้งสามารถขยายฐานลูกค้าวัยรุ่นได้เพิ่มขึ้น โดยปีนี้บริษัทจะเปิดให้ครบ 100 สาขา แบ่งเป็นการลงทุนเอง 62 สาขา และอีก 31 สาขารูปแบบแฟรนไชส์
สำหรับแผนขยายปีหน้า บริษัทวางไว้ราว 1520 สาขา เน้นเปิดร้านขนาดใหญ่ 150 ตารางเมตรขึ้นไป เพื่อนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายภายในร้านได้หลากหลาย เพราะในญี่ปุ่นยังมีกลุ่มสกินแคร์อีกมาก ที่ยังไม่ได้เข้ามาทำตลาด นั่นคือจุดแข็งของไดโซ และหลังจากประสบความสำเร็จในเมืองไทย จะนำโมเดลร้านไดโซในไทยเปิดตลาดอาเซียนด้วยเช่นเดียวกัน
รัสรินทร์ กล่าวต่ออีกว่า ไดโซ ประเทศไทย ได้รับสิทธิขยายตลาดพม่า เป็นร้านค้าจำหน่ายสินค้า 1,800 จ๊าด หรือกว่า 60 บาท นำร่องเปิดไปแล้ว 6 สาขา ซึ่งการตอบรับถือว่าดีมาก ขณะนี้บริษัทกำลังพิจารณาขยายร้าน “100 Yen Shop” ไปในประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะเห็นการขับเคลื่อนอย่างจริงจังในปีหน้านี้
ปัจจุบันธุรกิจร้านขายสินค้าทุกอย่างราคาเดียวกลายเป็นธุรกิจที่น่าจับตามองและกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่องว่างตลาดในไทยและตลาดอาเซียนยังมีอีกมาก เพราะด้วยราคาสินค้าที่ถูกสอดรับกับกำลังซื้อ ไดโซ ย้ำจุดแข็งของแบรนด์ว่าคุณภาพและความหลากหลายที่มีสินค้าร่วม 8.5 หมื่นรายการในญี่ปุ่น จะเป็นตัวผลักดันให้ไดโซประสบความสำเร็จทั้งในไทยและตลาดอาเซียนในอนาคต







