
คลังจับมือบสย.อุ้มเอสเอ็มอีเคาะค้ำประกันหนี้กลุ่มเสี่ยง
คลังบสย.เตรียมเคาะมาตรการค้ำประกัน เน้นลูกหนี้กลุ่มเสี่ยงให้เข้าถึงสินเชื่อเพิ่ม
คลังบสย.เตรียมเคาะมาตรการค้ำประกัน เน้นลูกหนี้กลุ่มเสี่ยงให้เข้าถึงสินเชื่อเพิ่ม
นายวิเชษฐ วรกุล รองผู้จัดการทั่วไปสายงานธุรกิจ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังและ บสย.อยู่ระหว่างหารือเรื่องการเพิ่มระดับการค้ำประกันจาก 18% ของวงเงินสินเชื่อเป็น 50% เพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยมีการเชิญสถาบันการเงินมาให้ความเห็น เบื้องต้นเห็นว่าระดับการค้ำประกันอาจไม่ต้องสูงถึง 50% ขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าและเวลาที่ค้ำประกัน
อย่างไรก็ตาม จากการหารือระหว่างคลังกับ บสย. คาดว่าจะเป็นการค้ำประกันเพิ่มสำหรับกลุ่มลูกค้าบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมากๆ ซึ่งก็ต้องระมัดระวังเรื่องความเสียหายด้วย เพราะหากมีความเสี่ยงมากก็จะกระทบต่อเงินภาษีด้วย และต้องคิดค่าธรรมเนียมในอัตราที่ลูกค้าอยู่ได้ด้วย โดยรัฐอาจจะช่วยเรื่องค่าธรรมเนียม เพื่อกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์ยอมปล่อยกู้
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการทำข้อสรุปเรื่องระดับการค้ำประกันและรูปแบบเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป
สำหรับลูกค้าเอสเอ็มอีกลุ่มอื่นนั้น ที่ผ่านมาบรรษัทประกันสินเชื่อระหว่างประเทศ (ไอเอฟซี) ได้เจรจาผ่านสมาคมธนาคารไทยเพื่อทำข้อตกลงกับธนาคารพาณิชย์เป็นรายสถาบัน ในการรับประกันความเสียหายจากการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ สำหรับส่วนที่เกินจากระดับ 2050% เป็นการรับค้ำประกันเพิ่มจากที่ บสย.ค้ำอยู่แล้ว โดยไอเอฟซีจะคิดค่าธรรมเนียมส่วนที่เพิ่ม คาดว่าไม่น่าจะเกิน 1% ขึ้นกับข้อตกลงที่มีกับแต่ละสถาบันการเงิน
“แบงก์อื่นและลูกค้าทั่วไปที่ขาดหลักประกัน หรือกลัวความเสี่ยงสามารถใช้บริการของไอเอฟซี” นายวิเชษฐ กล่าว
สำหรับการหารือระหว่างคลังและ บสย.ครั้งนี้ เป็นข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ขอให้ช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
นายวิเชษฐ กล่าวถึงเรื่อง พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ ว่า เป็นกฎหมายที่ดีหากนำออกมาใช้ เชื่อว่าในระยะ 34 ปีแรกจะยังไม่กระทบต่อการรับค้ำประกันของ บสย. และเชื่อว่าจะช่วยเสริมการค้ำประกันให้เพิ่มขึ้น เพราะกฎหมายดังกล่าวจะทำให้ลูกหนี้สามารถยื่นขอสินเชื่อมากขึ้น จากการนำหลักประกันอื่น เช่น สต๊อกสินค้า เครื่องจักรเป็นหลักประกันได้







