
เจ้านายที่ลูกน้องรัก
ในฐานะที่เป็นหัวหน้างาน ซึ่งต้องทำหน้าที่บริหารจัดการ บังคับใช้กฎระเบียบ และให้คำแนะนำที่บางครั้งอาจจะรุนแรงไปบ้าง ทำให้ผู้บริหารหลายคนหวั่นเกรงว่า การทำหน้าที่ของตนเองอาจจะกลายเป็นมารร้ายในสายตาของลูกน้องในทีม
ในฐานะที่เป็นหัวหน้างาน ซึ่งต้องทำหน้าที่บริหารจัดการ บังคับใช้กฎระเบียบ และให้คำแนะนำที่บางครั้งอาจจะรุนแรงไปบ้าง ทำให้ผู้บริหารหลายคนหวั่นเกรงว่า การทำหน้าที่ของตนเองอาจจะกลายเป็นมารร้ายในสายตาของลูกน้องในทีม
เบอร์นาร์ด มาร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร จึงแนะให้ผู้บริหารทั้งหลายสังเกต 5 สัญญาณ ซึ่งเป็นสิ่งชี้วัดว่า พนักงานยังชื่นชอบและเคารพหัวหน้างานของตนเอง ดังนี้
สัญญาณที่ 1 เจ้านายที่ดีต้องสามารถสื่อสารกับลูกน้องในทีมได้อย่างเข้าใจตรงกัน มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินงานของทีมงานตนเองในอนาคต รวมถึงต้องมีประสิทธิภาพในการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว รวมทั้งกล้าแอ่นอกรับผิดชอบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทุกกรณีอีกด้วย
สัญญาณที่ 2 เจ้านายที่ดีต้องพาทีมงานมุ่งไปในแนวทางเดียวกัน ด้วยความแน่วแน่ไม่หวั่นไหวต่อแนวทางที่ยึดมั่น รวมถึงต้องสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นกับพนักงานทุกคนในทีม เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน และกล้ายอมรับผลที่เกิดขึ้นในฐานะตัวแทนของทีม ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวก็ตาม
สัญญาณที่ 3 เจ้านายที่ดีต้องไม่เป็น “คนหยุมหยิม” ต้องรู้จักเรียนรู้เกี่ยวกับความไว้วางใจ เมื่อมอบหมายงานแก่ลูกน้องแล้ว ต้องไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายในทุกรายละเอียดแบบนาทีต่อนาที หรือในทุกกระบวนการทำงาน เพียงแค่พิจารณาในภาพรวม แล้วปล่อยให้ลูกน้องแสดงความสามารถของตนเองก็เพียงพอ นอกจากนี้เจ้านายที่ดีก็ควรรู้จักมอบหมายและกระจายงานด้วย
สัญญาณที่ 4 เจ้านายที่ดีต้องใส่ใจพนักงานในทีมเป็นอันดับแรก โดยรู้จักสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการของบริษัท ลูกค้า และพนักงาน ให้เหมาะสม นอกจากนี้มาร์ยังเสนอแนะเพิ่มเติมด้วยว่า เจ้านายที่ดีนั้นต้องยินดีรับฟังและพูดคุยเกี่ยวกับทุกปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ร่วมทีม เพราะความสุขของพนักงานในทีมส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง รวมทั้งต้องรู้จักแสดงความชื่นชมเมื่อลูกน้องทำงานได้ดี เพื่อให้ทีมงานรับรู้ถึงคุณค่าและความสามารถของตนเองในการเป็นส่วนหนึ่งของทีม
สัญญาณที่ 5 เจ้านายที่ดีต้องทุ่มเทให้กับการทำงาน ขณะเดียวกันก็ควรรู้จักสร้างสมดุลชีวิตให้ดีด้วย โดยผู้บังคับบัญชาที่ดีต้องมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลงานที่ดีที่สุดเมื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนเองในสำนักงาน เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ร่วมงาน ทว่าก็ต้องรู้จักสร้างสมดุลชีวิตนอกออฟฟิศ หลังจากเลิกงานหรือมีเวลาว่างนอกเหนือจากชีวิตการทำงาน ทั้งครอบครัว และงานอดิเรกอื่นๆ อีกด้วย







