
ทันสถานการณ์
ยันเจรจาบีเอ็มซีแอลเดินรถสายสีน้ำเงิน
ยันเจรจาบีเอ็มซีแอลเดินรถสายสีน้ำเงิน
พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานคณะกรรมการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า การบริหารการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพงบางแค และบางซื่อท่าพระ ระยะทาง 27 กิโลเมตร (กม.) นั้น คณะกรรมการ รฟม.เห็นควรให้มีการเดินรถต่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุดมากกว่าการเปิดประกวดราคาตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดิม เพราะสามารถต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อหัวลำโพง ที่บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (บีเอ็มซีแอล) เดินรถอยู่แล้ว แต่การตัดสินใจว่าจะเปิดประมูลหรือเจรจาเป็นอำนาจของคณะกรรมการ มาตรา 13 ของ พ.ร.บ.การให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ 2535 ซึ่งมี นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล รองผู้ว่า รฟม. สายวิศวกรรมและก่อสร้าง เป็นประธาน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ หลังจากได้ข้อสรุปจะเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และ ครม.พิจารณาต่อไป
นายพีระยุทธ กล่าวว่า ภายในเดือน ก.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการ มาตรา 13 เพื่อหาข้อสรุปว่าจะใช้วิธีการเจรจากับบีเอ็มซีแอล หรือเปิดประมูลเพื่อหาผู้รับจ้างบริหารเดินรถ
“เชื่อว่าเรื่องนี้จะได้รับการพิจารณาโดยเร็ว เพราะรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่จะผลักดันการก่อสร้างรถไฟฟ้าในเมืองอยู่แล้ว จึงขึ้นอยู่กับ รฟม.ว่าจะเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอได้อย่างชัดเจนมากน้อยเพียงใด” นายพีระยุทธ กล่าว
นายพีระยุทธ กล่าวว่า รฟม.จะต้องหาผู้รับจ้างที่เข้ามาบริหารการเดินรถให้ได้ภายในต้นปี 2558 เพราะมีขั้นตอนที่จะเข้ามาวางระบบและทดสอบการเดินรถอย่างน้อย 36–40 เดือน ดังนั้นการเจรจากับบีเอ็มซีแอลเป็นวิธีการที่ทำได้อย่างรวดเร็วและไม่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการให้บริการเดินรถ
สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงสัญญา 5 การเดินรถ 1 สถานี ช่วงเตาปูนบางซื่อ นั้น นายพีระยุทธ กล่าวว่า เรื่องนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่าจะให้บีเอ็มซีแอลเดินรถในส่วนนี้ โดยไม่ต้องเปิดประมูลใหม่ แต่จะต้องเสนอให้ ครม.ให้ความเห็นชอบก่อน
เกษตรฯ วางแผนส่งออกกล้วยไม้ในเออีซี
นายวิมล จันทรโรทัย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแข่งขันกล้วยไม้ไทยในตลาดโลก ว่า ได้วางแผนการพัฒนากล้วยไม้ไทยเพื่อนำเข้าไปขายในกลุ่มเออีซี (AEC) เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ โดยได้กำหนดแผนงานไว้แล้วในปี 2558 ที่ผ่านมาตลาดหลักในการส่งออกกล้วยไม้ของไทย คือ ประเทศจีน มีการส่งออกปีละ 6070% ของมูลค่าการส่งออกกล้วยไม้ทั้งหมดปีละ 2,500 ล้านบาท
เดินเครื่องโครงการ สมาร์ทฟาร์มเมอร์
นางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)? เปิดเผยว่า หลังจากนายพรชัย รุจิประภา รมว.ไอซีทีเข้าปฎิบัติหน้าที่ จะเสนอโครงการบูรณาการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ โดยนำข้อมูลทุกภาคส่วนที่แต่ละกระทรวงมีอยู่ สามารถใช้งานและเชื่อมโยงกันได้ โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ผ่านโครงการพัฒนาเกษตรปราดเปรื่อง (สมาร์ท ฟาร์มเมอร์) ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
โครงการดังกล่าว จะทำให้เกษตรกรได้ข้อมูลตั้งแต่การผลิต การจำหน่าย ราคา และผู้รับซื้อ ซึ่งต้องหารือร่วมกันว่าจะใช้ข้อมูลอย่างไร เพื่อให้เข้าถึงเกษตรกร ซึ่งตั้งเป้าว่าจะช่วยเกษตรเข้มแข็งได้ 1.2 ล้านราย
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการขนส่ง(อีโลจิสติกส์) ที่ต้องนำระบบไอทีมาใช้งาน เพื่อผลักดันการขนส่งเป็นระบบที่รู้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง สามารถรับรู้การขนส่งทั้งหมดปัจจุบันอยู่ระหว่างการเสนอกฎหมายให้สภานิติบัญญัติ (สนช.) พิจารณา เพื่อให้การบริการจัดการขนส่งภายในและต่างประเทศ เป็นไปอย่างมีระบบขณะที่การปฎิรูปโครงสร้างการสื่อสารของประเทศ จะเน้นลดการลงทุนซ้ำซ้อนของหน่วยงานในสังกัด โดยจะเสนอให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาการปรับโครงสร้างการสื่อสารทั้งระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงไอซีที







