
ไอแบงก์ประนอมหนี้รายย่อยลดค่าปรับ-ค่างวดหวังจูงใจ
ไอแบงก์จับมือศาล ตั้งโต๊ะเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ลูกค้ารายย่อย ทั้งใน กทม.และ 5 จังหวัดภาคใต้
ไอแบงก์จับมือศาล ตั้งโต๊ะเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ลูกค้ารายย่อย ทั้งใน กทม.และ 5 จังหวัดภาคใต้
รายงานข่าวจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า ไอแบงก์ร่วมกับสำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม จัดงานร่วมใจไกล่เกลี่ยธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยขึ้น ในช่วงวันที่ 19 ก.ย.22 ต.ค.นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้ารายย่อยที่อยู่ทั้งในกรุงเทพฯ และ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้โครงการของฝ่ายสินเชื่อจุลภาค มีโอกาสได้ปรับโครงสร้างหนี้ไม่ต้องถูกฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้นจะใช้วิธีปรับโครงสร้างหนี้ตามความสามารถ โดยธนาคารจะให้สิทธิประโยชน์แก่ลูกหนี้ในโครงการไกล่เกลี่ย คือ หากชำระหนี้ครั้งเดียว (ปิดบัญชี) จะลดค่าปรับผิดนัดชำระให้ 100% และลดกำไรพักแขวน 75% โดยไม่มีส่วนสูญเสีย กรณีลูกหนี้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยมีระยะเวลาชำระไม่เกิน 6 เดือน จะลดค่าปรับผิดนัดชำระให้ 100% และลดกำไรพักแขวน 50% โดยไม่มีส่วนสูญเสีย ซึ่งเป็นการตั้งพักไว้นอกมูลหนี้ หากลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขจะต้องกลับไปที่สัญญาเดิม
สำหรับกรณีลูกหนี้ขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยขอลดค่างวดผ่อนชำระและขยายเวลาในการชำระ จะลดเฉพาะค่าปรับผิดนัดชำระหนี้ 100% เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยยุติปัญหาการชำระหนี้ได้อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส
รายงานข่าวเปิดเผยถึงการปล่อยสินเชื่อว่า มีสินเชื่อที่ปล่อยให้รายย่อยประมาณ 3 หมื่นล้านบาท คิดเป็น28% ของยอดสินเชื่อคงค้าง 1.1แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล แล้วกว่า 7,000 ล้านบาท หรือคืดเป็น 1 ใน 6 ของมูลหนี้เอ็นพีแอลทั้งหมดกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่กว่า 5,500 ล้านบาท เป็นเอ็นพีแอลรายย่อยทั่วไป ส่วนที่เหลืออีก 1,500 ล้านบาท เป็นเอ็นพีแอลในโครงการไมโครไฟแนนซ์ เพื่อช่วยชุมชนภาคใต้ ที่กำลังจะมีการเปิดไกล่เกลี่ยหนี้ ส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้กลุ่มหาบเร่ แผงลอย ร้านอาหารฮาลาล และหากเปิดเจรจาปรับโครงสร้างหนี้แล้วลูกหนี้ยังไม่ติดต่อกลับ คาดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในโครงการนี้จะต้องขอเงินชดเชยจากรัฐบาล หรือพีเอสเอต่อไป







