posttoday
นิวแฮมเชอร์หนุนเอไอจีกำไรไตรมาส2เพิ่ม33%

นิวแฮมเชอร์หนุนเอไอจีกำไรไตรมาส2เพิ่ม33%

18 กันยายน 2557

นิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ เติบโตดีส่งผลกลุ่มเอไอจีไทย กำไรเพิ่ม 33% ทำได้ 177 ล้านบาท

นิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ เติบโตดีส่งผลกลุ่มเอไอจีไทย กำไรเพิ่ม 33% ทำได้ 177 ล้านบาท

แหล่งข่าวจากบริษัท อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป อิงค์ หรือเอไอจี เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา กลุ่มเอไอจี ประเทศไทย สามารถสร้างรายได้รวมของทั้งกลุ่มอยู่ที่ 1,451 ล้านบาท และมีผลกำไรสุทธิ 177 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ แยกเป็นบริษัท นิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ มีกำไรสุทธิ 151 ล้านบาท มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน 456% และบริษัท เอไอจี ประกันภัย (ประเทศไทย) มีกำไรสุทธิ 26 ล้านบาท มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน 732%

แหล่งข่าว กล่าวว่า ในส่วนของกลุ่มเอไอจีเอง ก็มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยกลุ่มธุรกิจประกันวินาศภัยมีกำไรเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับผลกำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจประกันวินาศภัยของเอไอจีทั่วโลกในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 1,350 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1,080 ล้านเหรียญสหรัฐ

“ผลดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยหลักๆ ก็มาจากการปรับปรุงแนวทางการพิจารณารับประกันภัยที่ดีขึ้น การลดลงของภัยขนาดใหญ่และการมุ่งมั่นปรับปรุงการดำเนินการในทุกด้านส่งผลให้อัตราส่วนรวม(Combined ratio) ลดลงถึง 3.8% ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงทั้งระบบ โดยสายงานการประกันภัยพาณิชยกรรมลดลงมาอยู่ที่ 95.4% และสายงานการประกันภัยลูกค้ารายย่อยลดลงมาอยู่ที่ 98%” แหล่งข่าวกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธุรกิจประกันวินาศภัยไทยทั้งระบบในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 1.13 หมื่นล้านบาท ลดลง 2,631 ล้านบาท หรือ 18.8% แต่ได้มีการปันผลให้ผู้ถือหุ้นจำนวน 2,996 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,531 ล้านบาท หรือ 104.5% แต่ก็ยังมีผลขาดทุนสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรอยู่อีก 7.09 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการขาดทุนสะสมที่เกิดจากบริษัทประกันภัยที่เป็นสาขาต่างประเทศ 9.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่บริษัทที่จดทะเบียนในไทยมีกำไรสะสม 2.5 หมื่นล้านบาท

โดยมีเบี้ยรับรวมอยู่ที่ 1.01 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 1.13% เนื่องจาก เบี้ยประกันภัยรถยนต์ลดลงทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจ จากการสิ้นสุดโครงการรถยนต์คันแรก กำลังซื้อรถถูกนำไปใช้เกือบหมดแล้วในช่วง 2 ปีก่อน 6 เดือนแรกของปีนี้ยอดขายรถยนต์ลดลงกว่า 40%

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี