posttoday
การแข่งขัน

การแข่งขัน

17 กันยายน 2557

ในอุตฯ อาหารแปรรูปหลังจากครั้งที่แล้วเราวิเคราะห์กันถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาค ครั้งนี้เราจะมาต่อกันที่อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปครับ

ในอุตฯ อาหารแปรรูปหลังจากครั้งที่แล้วเราวิเคราะห์กันถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาค ครั้งนี้เราจะมาต่อกันที่อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปครับ

ข้อมูลการค้า ณ ปี 2555 ระบุว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าอาหารแปรรูปของเราอยู่ที่ 3.17 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ช่วงปี 25502555 มีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 11.93% มีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ 2.37% ของการส่งออกสินค้าอาหารแปรรูปของโลก ทำให้เราอยู่อันดับที่ 12 ของโลกในอุตสาหกรรมนี้ และเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของอาเซียน

ตลาดส่งออกหลักของเราประกอบด้วย 1.ญี่ปุ่น เราส่งออกไป 4,829 ล้านเหรียญสหรัฐ 2.สหรัฐ 3,630 ล้านเหรียญสหรัฐ 3.จีน 2,792 ล้านเหรียญสหรัฐ 4.อินโดนีเซีย 1,580 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 5.สหราชอาณาจักร 1,101 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าอนาคตจะมีตลาดศักยภาพสำหรับเรา คือ เวียดนามและกัมพูชาเพิ่มเติมด้วย

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปถือเป็นอุตสาหกรรมที่เรานิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะปัจจุบันเพื่อนบ้านในอาเซียนกำลังหายใจรดต้นคอเราเข้ามาทุกขณะ โดยเฉพาะอินโดนีเซียซึ่งส่งออกอันดับที่ 14 ของโลก ด้วยมูลค่า 3.15 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือน้อยกว่าเราเพียงแค่ประมาณ 2,000 ล้านเหรียญเท่านั้น

ขณะที่ประเทศอื่นก็ไม่น้อยหน้า มาเลเซียไล่มาติดๆ ด้วยอันดับที่ 16 ของโลก 2.64 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเวียดนาม อันดับที่ 22 ของโลก 1.65 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับผู้ส่งออกอาหารแปรรูปรายใหญ่ของโลก เช่น สหรัฐ ซึ่งส่งออกปีละกว่า 1.35 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือเนเธอร์แลนด์ ซึ่งส่งออก 7.54 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ปริมาณการส่งออกของเรายังถือว่าน้อยมาก

ขณะนี้เรามีส่วนแบ่งตลาดอยู่เป็นอันดับ 5 ในตลาดญี่ปุ่น และอันดับ 5 อีกเช่นกันในตลาดสหรัฐ ซึ่งถือว่าดีแล้วในระดับหนึ่ง ตลาดที่น่าเป็นห่วงคือตลาดจีนเนื่องจากเราอยู่ไกลถึงอันดับ 7 มีเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซียและอินโดนีเซียนำหน้าในอันดับที่ 4 และ 5

เรื่องน่าเป็นห่วงอีกเรื่อง คือ เมื่อวิเคราะห์ดัชนีชี้วัดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปของประเทศต่างๆ แล้ว ผลปรากฏว่ามาเลเซียได้คะแนนสูงสุดในอาเซียนอยู่ที่ 1.76 จาก 3 ตามด้วยอินโดนีเซีย 1.72 คะแนน ขณะที่ไทยตกมาเป็นที่ 3 ด้วยคะแนน 1.62 คะแนนเท่านั้น

หากวิเคราะห์จากเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน ด้านที่ถือเป็น “จุดอ่อน” ของเรา คือ ด้านการส่งเสริมจากภาครัฐ โดยได้คะแนนด้านดังกล่าวเป็นอันดับ 4 ของภูมิภาค ขณะที่ ด้านความสามารถของผู้ประกอบการ ด้านปัจจัยการผลิต ด้านอุตสาหกรรมสนับสนุน ก็เป็นเพียงอันดับ 3 แพ้มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์สลับกันไป

เพื่ออุดจุดอ่อนที่เกิดขึ้น ภาครัฐต้องทำ 4 เรื่องครับ คือ 1.เสริมสร้างขีดความสามารถการปรับตัวแก่ผู้ประกอบการ 2.พัฒนาระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น 3.สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต และ 4.ผลักดันการใช้ประโยชน์จากการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตไปสู่ภาคส่วนที่สร้างมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์มากขึ้น พร้อมตระหนักถึงการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคที่กำลังเติบโตขึ้นด้วย

ในวันที่ 24 ก.ย.นี้ สถาบันของเราร่วมกับกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ไอทีดี) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นสพ.โพสต์ทูเดย์ และบริษัท โบลลิเกอร์ฯ จะจัดสัมมนา เรื่อง “ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมในภูมิภาค” ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเซ็นทารา เซ็นทรัล ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยจะมีการวิเคราะห์ขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและอุตสาหกรรมหลักอื่นๆ ของไทยอีก 8 อุตสาหกรรมด้วย ท่านที่สนใจก็สามารถมาร่วมฟังได้ครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ