
เชนินทร์ เชน เอ็มดีนักปฏิวัติ
"เชนินทร์ เชน” วัย 54 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ (RWI) ผู้ผลิตและจำหน่ายลวดเหล็กกล้าและลวดเหล็กกล้าตีเกลียวสำหรับคอนกรีตอัดแรง ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 150 ล้านหุ้น ที่ราคา 1.60 บาท เตรียมจะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วันที่ 18 ก.ย.นี้
"เชนินทร์ เชน” วัย 54 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ (RWI) ผู้ผลิตและจำหน่ายลวดเหล็กกล้าและลวดเหล็กกล้าตีเกลียวสำหรับคอนกรีตอัดแรง ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 150 ล้านหุ้น ที่ราคา 1.60 บาท เตรียมจะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วันที่ 18 ก.ย.นี้
เชนินทร์ เป็นคนไต้หวันที่มาอยู่เมืองไทยตั้งแต่ปี 2534 ตามภรรยาคนไทยที่รักกันมาเมื่อครั้งเรียนปริญญาโทและปริญญาเอกที่ประเทศสหรัฐ
เขาเป็นอาจารย์สอนคณะบริหารธุรกิจที่ไต้หวันมาก่อน แต่เมื่อย้ายมาไทยก็อยากทำธุรกิจซื้อมาขายไป ระหว่างไทยกับไต้หวัน โดยสินค้าที่ไต้หวันน่าจะขายได้ในเมืองไทย ทางกลับกันก็นำสินค้าไทยที่คิดว่าคนไต้หวันน่าจะสนใจไปขายได้ ตั้งแต่ขนมกะละแม ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำจากหวาย เป็นเจ้าของธุรกิจที่ทำงานควบคู่ไปกับการเป็นอาจารย์พิเศษคณะบริหารธุรกิจที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา นอกจากนั้นยังสอนที่มหาวิทยาลัยอื่นบ้าง เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล
ต่อมาได้ไปช่วยที่บริษัทครอบครัวภรรยาคือ บริษัท กระดาษศรีสยาม ช่วงปี 2540 ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ ก่อนที่จะเข้ามาทำงานในเครือของกลุ่มครอบครัวลีนะบรรจง จากคำเชิญชวนของ
ผู้ใหญ่ที่ให้ไปทำงานที่บริษัท เอื้อวิทยา (UWC) หลังจาก โอฬาร ไชยประวัติ ได้ลาออก จากนั้นก็ให้เข้าไปช่วยในธุรกิจของ RWI โดยเข้ามาเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทตั้งแต่ปี 2551
เขากล่าวว่า RWI หลังจดทะเบียนเอ็มเอไอแล้ว จะมีความคล่องตัวและสามารถยืนได้ด้วยตัวเองมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้มีรายการเกี่ยวโยงกันในฐานะผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้สนับสนุนเงินลงทุนในโครงการขยายงานของ RWI
เงินจากการระดมทุนครั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปใช้ขยายคอขวดในการผลิต รวมถึงการขยายกำลังการผลิตเพิ่ม โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2559 จะต้องมีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 5,000-6,000 ตัน/เดือน จากปัจจุบัน 3,000 ตัน/เดือน หรือมีกำลังการผลิตเขยิบเป็นอันดับที่ 3 ของอุตสาหกรรม จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 4
“แนวโน้มอุตสาหกรรมยังไปได้ดี เพราะมั่นใจว่าประเทศจำเป็นต้องมีการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศอยู่ ความต้องการภายในประเทศก็ยังมีอีกมาก”
เชนินทร์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของหลักการบริหารคือ ต้องแปรความจากทฤษฎีและวิเคราะห์ออกมาสู่ภาคการปฏิบัติให้ได้ เพราะเรื่องทฤษฎีและเรียนไปก็จะไม่เข้าใจและทำให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ เช่นเดียวกันในมุมของอาจารย์ในห้องเรียนจะไม่สอนนักศึกษาแค่ทฤษฎี แต่เน้นให้เด็กๆ ได้วิเคราะห์แลกเปลี่ยนมุมมองความคิดเห็นกันเป็นหลักเพื่อให้เขาคิดเป็นกับเหตุการณ์ในการแก้ไขปัญหาให้กับองค์กร
เขามีลูกสาวทั้งหมด 3 คน คนโตเรียนทันตแพทย์ ปี 5 คนที่ 2 เรียนวิศวกรรมศาสตร์ ปี 4 และคนสุดท้องมีความสนใจจะเป็นหมอ







