
CHGตกเป็นเป้าเทกฯ
‘กำพล’รับถูกจีบยันไม่ทิ้งบริษัทหุ้นใหญ่‘กอบกุล’สุดอั้นขายทำกำไร116ล.
‘กำพล’รับถูกจีบยันไม่ทิ้งบริษัทหุ้นใหญ่‘กอบกุล’สุดอั้นขายทำกำไร116ล.
CHG ถูกจีบซื้อกิจการยันไม่ทิ้ง กอบกุลอดใจไม่ไหว ขายทำกำไร ราคาทะลุ 17 บาท ผลโรดโชว์
ราคาหุ้นบริษัท จุฬารัตน์ (CHG) ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับกว่า 17 บาท ในเดือน ก.ย. 2557 และพบว่า นางกอบกุล ปัญญาพล หนึ่งในกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ CHG ทยอยขายหุ้นออกมาเป็นระยะ รวมแล้ว 5 ครั้ง และแต่ละครั้งเป็นจำนวนกว่า 1 ล้านหุ้น รวมทั้งสิ้นจำนวน 6.63 ล้านหุ้น ในราคาเฉลี่ย 17.48 บาท/หุ้น รวมเป็นเงินทั้งหมด 116 ล้านบาท
นายกำพล พลัสสินทร์ กรรมการผู้จัดการและในฐานะผู้ถือหุ้น CHG เปิดเผยว่า สาเหตุของการขายหุ้นของนางกอบกุล ต้องการเงินไปลงทุน อีกทั้งราคาหุ้นในเดือน ก.ย.นี้ ปรับเพิ่มสูงจนแตะระดับ 17 บาท หรือ 3 เท่าของราคาเสนอขายครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ 6.30 บาทแล้ว เป็นแรงจูงใจให้ขายทำกำไรออกมา แต่ทั้งนี้หุ้นที่ขายออกมาไม่ได้เป็นจำนวนมาก และคาดว่าคงไม่ขายจนแตะระดับก้าวข้ามที่ 5% ของทุนเรียกชำระแล้ว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีนักวิเคราะห์จับตา CHG เพราะบริษัทเป็นเป้าหมายในการจะถูกเข้ามาซื้อกิจการ เนื่องจากมีอัตรากำไรสุทธิสูงถึง 18% ยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมาได้มีผู้เข้ามาเจรจากับบริษัทบ้าง แต่ส่วนตัวยังจะไม่มีการขายหุ้นออกไป เนื่องจากลงทุนระยะยาวและยังต้องการที่จะทำธุรกิจต่อไป เชื่อว่าจะไม่ถูกซื้อกิจการ เพราะกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทยังเกาะกลุ่มเหนียวแน่น ทำให้ไม่มีใครเข้ามาซื้อกิจการได้
สำหรับราคาหุ้น CHG ที่เพิ่มขึ้น นายกำพล กล่าวว่า น่าจะเป็นผลมาจากการที่บริษัทเดินสายให้ข้อมูล (โรดโชว์) พบกับนักลงทุนต่างประเทศตามคำชวนจากบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ จนได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบัน ทำให้มีสัดส่วนการถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติอยู่ที่ 10%
ล่าสุดเพิ่งเดินทางกลับจากการไปโรดโชว์ที่ฮ่องกงร่วมกับทางบริษัทเจพี มอร์แกน และเดือน ต.ค. จะไปโรดโชว์ที่ประเทศมาเลเซีย และในวันที่ 19 ก.ย.นี้ จะมีการพบกับนักวิเคราะห์จำนวน 30 คน
นอกจากนี้ ผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาดี และคาดว่าจะดีต่อเนื่องในไตรมาส 3 และ 4 นี้ โดยคาดว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตตามเป้าหมาย 15-20% จากปี 2556 มีรายได้ 2,254 ล้านบาท โดยคาดว่าจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในกลุ่มโรงพยาบาลจุฬารัตน์จะมีการเติบโต 5-10% จากช่วงครึ่งปีแรก และทั้งปีน่าจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 10% เป็นผลจากการเปิดศูนย์โรคเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นศูนย์โรคหัวใจ ศูนย์โรคมะเร็ง สนับสนุนให้รายได้ในการรักษาเพิ่มขึ้น เพราะเป็นโรคที่ซับซ้อน
สำหรับแผนในการลงทุนอยู่ระหว่างการขยายโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 คาดว่าจะเปิดบริการไตรมาส 3 นี้ ส่วนโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 จะเสร็จปี 2559 และโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 จะเสร็จไตรมาส 2 ของปี 2558 เมื่อก่อสร้างโรงพยาบาลทั้ง 3 แห่งแล้วเสร็จ ทำให้จำนวนเตียงเพิ่มเป็น 685 เตียง จากปัจจุบัน 414 เตียง
นอกจากนี้ ในอีก 23 ปีข้างหน้าจะมีการสร้างโรงพยาบาลฟื้นฟูผู้สูงอายุอย่างครบวงจร เนื่องจากมองว่าสังคมไทยในอนาคตจะเป็นสังคมของผู้สูงอายุ







