
ทิสโก้ออกทริกเกอร์ลุยหุ้นไต้หวันตั้งเป้า8%
บลจ.ทิสโก้ ออกกองทริกเกอร์ลุยหุ้นไต้หวัน ชี้เศรษฐกิจขยายตัวแกร่ง-กำไรโตสุดในเอเชีย
บลจ.ทิสโก้ ออกกองทริกเกอร์ลุยหุ้นไต้หวัน ชี้เศรษฐกิจขยายตัวแกร่ง-กำไรโตสุดในเอเชีย
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า บริษัทได้ออกกองทุนเปิด ทิสโก้ ไต้หวัน อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8%#1 ตั้งเป้าหมายเลิกโครงการที่ 8% ใน 8 เดือน เสนอขายครั้งแรกวันที่ 16 -23 ก.ย.2557 ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท นับเป็นกองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นไต้หวันเป็นรายแรกในไทย ในรูปแบบกองทุนทาร์เก็ตฟันด์ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน จากความโดดเด่นของเศรษฐกิจไต้หวัน ที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะคู่ค้าหลักอย่างสหรัฐอเมริกา และการขยายตัวของการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นส่วนประกอบของสินค้าไอที อาทิ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตรุ่นใหม่ๆ ที่เป็นแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก
ปัจจุบันหุ้นไต้หวันยังมีราคาถูก และยังมีอัพไซต์สูงถึง 24% โดยปัจจุบันซื้อขายราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) อยู่ที่ประมาณ 13.5-14 เท่าในปี 2558 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่มากกว่า 15 เท่า ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจโลกคาดว่าจะขยายตัวได้ดี ทำให้ตลาดหุ้นไต้หวันมีความน่าสนใจในการลงทุนเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้กองทุนจะเน้นลงทุนลงทุนในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไต้หวัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี MSCI Total Return Net Taiwan ซึ่งมีหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนประกอบหลักในดัชนีดังกล่าว โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตและส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ ให้แก่แบรนด์ไอทีชั้นนำระดับโลก อาทิ แอปเปิล, เดลล์, เอเซอร์, กูเกิล, ไมโครซอฟต์, เอชพี (HP) และโซนี่ เป็นต้น โดยลงทุนผ่านกองทุนหลักคือ db x-trackers MSCI Taiwan Index UCITS ETF ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีเป้าหมายเลิกโครงการที่ 8% ในระยะเวลา 8 เดือน หรือ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งหลังจากนั้น
ปัจจุบันหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน (TWSE) เกือบ 60% ของมูลค่าตลาดเป็นหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแบรนด์ชั้นนำรายใหญ่ของโลก อาทิ แอปเปิล เลอโนโว หัวเหว่ย โดยการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจะยังจะเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดหุ้นไต้หวันต่อไปอีกอย่างน้อย 4 ไตรมาส เนื่องจากไต้หวันมีเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง มีคุณภาพ และมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้าได้ โดยในปีนี้ ตลาดสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจะมีการผลิตรุ่นใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสมาร์ทโฟนประเภท low-end ของจีน ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยการ์ทเนอร์ ระบุว่า จากนี้จนถึงปี 2560 ตลาดสมาร์ทโฟนจะมีการเติบโตโดยเฉลี่ยสูงถึงปีละ 15%
นอกจากนี้ การเติบโตของระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ เพื่อลดการใช้แรงงานคน, อุปกรณ์ไอทีประเภทสวมใส่ เช่น Smartwatch,martglass และอุปกรณ์ประเภท IOT (Internet of Things) ที่เชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งหมดนี้จะทำให้ไต้หวันซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำการผลิตเทคโนโลยีของโลกได้รับผลประโยชน์ และผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโต ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นไต้หวันมีความน่าสนใจลงทุนมาก







