posttoday
กระทุ้งเปิดเจรจาหนุนขนส่งข้ามแดน

กระทุ้งเปิดเจรจาหนุนขนส่งข้ามแดน

16 กันยายน 2557

การส่งสินค้าผ่านแดนนับวันจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นจากเดิมที่การขนส่งผ่านแดนจะใช้อยู่เฉพาะสินค้ากลุ่มพลังงาน เช่น น้ำมัน ก๊าซ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

การส่งสินค้าผ่านแดนนับวันจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นจากเดิมที่การขนส่งผ่านแดนจะใช้อยู่เฉพาะสินค้ากลุ่มพลังงาน เช่น น้ำมัน ก๊าซ แต่ในอนาคตสินค้าในกลุ่มอุปโภคบริโภค ชิ้นส่วนยานยนต์ จะหันมาใช้การส่งสินค้าผ่านแดนภายในภูมิภาคทั้งหมด

พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า การขนส่งสินค้าผ่านแดน คือการขนส่งสินค้าไปยังประเทศที่ 3 โดยไม่ต้องผ่านพิธีการทางศุลกากร ซึ่งจะเป็นการขนส่งเชื่อมต่อในทุกรูปแบบทั้งทางเรือเชื่อมถนน ทางอากาศเชื่อมถนน เช่น สินค้าจากไทยส่งไปยังลาวและต่อไปยังเวียดนาม โดยสินค้าจะถูกตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางและถูกขนส่งระหว่างประเทศไปถึงปลายทาง โดยไม่ต้องถูกตรวจสอบที่ประเทศลาวอีกครั้ง

ทั้งนี้ การขนส่งผ่านแดนส่วนใหญ่จะเป็นการขนส่งทางถนนภายในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส)ที่ประกอบด้วย 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา พม่า และจีนตอนใต้ อีกทั้งยังมีเส้นทางไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่มีถนนเชื่อมโยงกันตามระเบียงเศรษฐกิจ ซึ่งการเปิดเสรีการขนส่งสินค้านี้จะคล้ายกับการเปิดเสรีการขนส่งสินค้าในอเมริกาเหนือและสหภาพยุโรป

ภายในจีเอ็มเอสมีการทำข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion CrossBorder Transport AgreementGMS CBTA) ปัจจุบันมีเส้นทางที่ได้ลงนามร่วมกันไปแล้ว 1 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางไทยลาวเวียดนาม ซึ่งเป็นเส้นทางจากเมืองไทยผ่านทาง จ.มุกดาหาร ข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เข้าสะหวันนะเขต ประเทศลาว และไปยังท่าเรือดานัง ของประเทศเวียดนาม

เส้นทางดังกล่าวมีอัตราการใช้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดูได้จากปริมาณการค้าผ่านแดนไทยเวียดนาม ผ่าน จ.มุกดาหาร ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. 2557 มีมูลค่าการส่งออก 2,817 ล้านบาท เติบโต 19.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่าการนำเข้า 969 ล้านบาท เติบโต 30.68% สะท้อนให้เห็นว่าการให้บริการส่งสินค้าผ่านแดนเป็นที่นิยมมากขึ้น แม้ว่าเส้นทางนี้จะยังไม่ใช่เส้นทางเศรษฐกิจหลักก็ตาม

ขณะที่เส้นทางที่ประเทศไทยควรเร่งเจรจาเปิดการค้าผ่านแดนมากที่สุด คือ เส้นทางไทยมาเลเซียสิงคโปร์ เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุด ส่วนเส้นทางไทยลาวจีน ยังอยู่ระหว่างการเจรจา และเส้นทางไทยกัมพูชาเวียดนาม ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการ

นอกจากนี้ เส้นทางการเชื่อมต่อกับประเทศพม่า ได้แก่ พม่าไทยกัมพูชาเวียดนาม และไทยพม่าจีน ก็เป็นเส้นทางที่น่าจะมีศักยภาพสูง แต่ยังไม่มีการหยิบยกเส้นทางเหล่านี้มาอยู่ในการเจรจา

“ไทยไม่มียุทธศาสตร์การเจรจาเรื่องการค้าผ่านแดนในเชิงรุก เมื่อพูดถึงการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านก็จะพูดถึงแต่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่ไม่มีการวางแผนการเจรจาการใช้เส้นทางระดับพหุภาคี ซึ่งหากไทยต้องการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียนจริงๆ สิ่งเหล่านี้ต้องเร่งดำเนินการ โดยวางแผนให้ครอบคลุมทุกมิติ”

ทั้งนี้ การเจรจาความร่วมมือการขนส่งสินค้าผ่านแดนจะเป็นการเจรจามากกว่า 2 ประเทศภายใต้กรอบจีเอ็มเอส ซึ่งไทยจะต้องหยิบยกเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาหารือ เพราะในปัจจุบันภาครัฐไม่เห็นความสำเร็จของประเด็นเหล่านี้ จึงไม่หยิบยกขึ้นมาอยู่บนโต๊ะเจรจา

ขณะเดียวกัน หากไทยต้องการเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ต้องมียุทธศาสตร์ให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุน เหมือนมาเลเซียที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางเรือ โดยดึงสายการเดินเรือทั่วโลกเข้ามาลงทุน ทำให้มาเลเซียกลายเป็นศูนย์กลางการเดินเรืออย่างแท้จริง

ด้านการให้บริการการส่งสินค้าผ่านแดนของไทยก็ยังมีการให้บริการน้อยอยู่ แต่ในอนาคตการให้บริการขนส่งสินค้าข้ามแดนจะเป็นการบริการในรูปแบบใหม่ที่จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น จากเดิมที่มุ่งเน้นการขนส่งภายในประเทศ หรือระหว่าง 2 ประเทศ จะกลายเป็นการขนส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 ด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท