
ทางรอด‘ฟลายเออร์’
สิงคโปร์เป็นชาติอาเซียนที่โดดเด่นเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวแบบแมนเมด แต่ก็ใช่ว่าทุกที่ที่สร้างจะประสบความสำเร็จทั้งหมด เพราะมีบางแห่ง เช่น สิงคโปร์ ฟลายเออร์ หรือชิงช้าสวรรค์ยักษ์ ที่มีปัญหาการเงินจนต้องเปลี่ยนมือเจ้าของไปเมื่อเร็วๆ นี้
สิงคโปร์เป็นชาติอาเซียนที่โดดเด่นเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวแบบแมนเมด แต่ก็ใช่ว่าทุกที่ที่สร้างจะประสบความสำเร็จทั้งหมด เพราะมีบางแห่ง เช่น สิงคโปร์ ฟลายเออร์ หรือชิงช้าสวรรค์ยักษ์ ที่มีปัญหาการเงินจนต้องเปลี่ยนมือเจ้าของไปเมื่อเร็วๆ นี้
เจ้าของรายใหม่ สตราโค คอร์ป นั้น คือผู้อยู่เบื้องหลังสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่งในประเทศจีน อาทิ เซี่ยงไฮ้ โอเชี่ยน อะควอเรียม และอันเดอร์วอเตอร์ เวิลด์ เซี่ยเหมิน ซึ่งก็ต้องมาดูกันว่าจะสามารถพลิกฟื้นธุรกิจแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ในสิงคโปร์ได้ดีแค่ไหนหลังจากเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2551
เว็บไซต์สเตรทไทมส์ ชี้ว่า หากอยากให้ธุรกิจไปได้สวยในอนาคตเจ้าของคนใหม่จะต้องเอาชนะและมัดใจชาวสิงคโปร์ให้ได้ เพราะจากยอดผู้ใช้บริการ 1.3 ล้านคน ในปี 2555 มีชาวสิงคโปร์เพียง 40%
มาร์ค วี ผู้อำนวยการด้านการดีไซน์ประสบการณ์ของ องแอนด์อง วิเคราะห์ว่า สิงคโปร์ ฟลายเออร์ ไม่ได้เชื่อมต่อกับทางสาธารณะ แต่กลับแยกตัวออกไป ทำให้หลุดไปจากใจของคนทั่วไป จนต้องหันไปจับกลุ่มนักท่องเที่ยวแทน ซึ่งตัวเขามองว่าชิงช้าสวรรค์ยักษ์แห่งนี้ต้องมีคอนเซ็ปต์ที่สอดคล้องสัมพันธ์กัน เช่น การนั่งชิงช้าสวรรค์ ผสมผสานกับการค้าปลีก และบริการที่จะสร้างประสบการณ์พิเศษ
อาจปลุกปั้นเป็นกิจกรรมสุดแสนโรแมนติกในสิงคโปร์ เป็นประสบการณ์ตื่นเต้นแปลกใหม่ ได้เห็นเมืองสิงคโปร์ไปจนถึงเส้นขอบฟ้า ทำให้คนสิงคโปร์ภูมิใจที่จะพาเพื่อนชาวต่างชาติมาเที่ยวที่นี่
อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง นอกจากนั่งสิงคโปร์ ฟลายเออร์แล้ว ยังมีอีกหลายแห่งที่สามารถชมวิวมุมสูงของเมืองได้อีก เช่น สกาย พาร์ค บริเวณมาริน่า เบย์ แซนส์ ตลอดจนร้านอาหารและบาร์อีกหลายแห่งซึ่งล้วนเป็นคู่แข่งสำคัญของชิงช้าสวรรค์ยักษ์ทั้งนั้น
บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างมองตรงกันว่า การแข่งขันสูง ประกอบกับการทำตลาดที่ไม่ดี มีส่วนที่ทำให้สิงคโปร์ ฟลายเออร์ ไม่สามารถดึงดูดใจคนท้องถิ่นได้ โดยที่ผ่านมาถูกจัดให้อยู่ในลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องเสียค่าเข้าแพงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
นอกจากปัจจัยข้างต้นแล้ว เควิน เฉิง ประธานสมาคมแหล่งท่องเที่ยวญี่ปุ่น มองว่า พื้นที่ค้าปลีกด้านล่างสิงคโปร์ ฟลายเออร์ คือตัวปัญหาซึ่งปัจจุบันมีร้านขายของและร้านอาหารอยู่ประมาณ 25 ร้าน และมีกิจกรรมต่างๆ เช่น สปาปลา ไฟลต์ ซีมูเลเตอร์ แต่เขาคิดว่ายังมีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำน้อยเกินไปกว่าที่จะดึงดูดคนมาเที่ยวอยู่นานๆ
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเจ้าของคนใหม่อย่าง สตราโค มีภาพชัดเจนเกี่ยวกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการจะดึงดูดคนเหล่านี้ด้วยร้านค้าและกิจกรรมต่างๆ ซึ่งการนำเสนอกิจกรรมกลางวันและกลางคืนเพื่อเจาะลูกค้าแต่ละกลุ่ม หรือการใช้ธีมต่างๆ จะสามารถสร้างแรงดึงดูดได้
ส่วนในมุมคนเที่ยวหลายคนคิดว่า นั่งสิงคโปร์ ฟลายเออร์ เพียงครั้งเดียวในชีวิตก็พอแล้ว เพราะวิวก็คงเหมือนเดิม และไม่มีกิจกรรมอะไรน่าสนใจที่จะทำที่นั่นอีก แต่บางคนพร้อมจะกลับไปใช้บริการอีก หากมีโปรโมชั่นดีๆ เช่น แพ็กเกจตั๋วพร้อมอาหาร หรือมีกิจกรรมสำหรับครอบครัวเพิ่มเติม
ด้านคนเช่าพื้นที่ทำธุรกิจ บอกว่า หากอยากอยู่รอดจะต้องดึงคนท้องถิ่นให้มาใช้บริการมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว ต้องทำให้ฟลายเออร์เป็นสถานที่ช็อปปิ้งและกินอาหาร ไม่ใช่แค่มานั่งชิงช้าสวรรค์เพียงอย่างเดียว







