posttoday
4 ภารกิจใหญ่ "แม่ทัพ" สางปมแรงงานรับอาเซียน

4 ภารกิจใหญ่ "แม่ทัพ" สางปมแรงงานรับอาเซียน

16 กันยายน 2557

หลังเข้ากระทรวงเป็นวันแรกเมื่อวันศุกร์ที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน คนใหม่

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

หลังเข้ากระทรวงเป็นวันแรกเมื่อวันศุกร์ที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน คนใหม่ ประกาศขอเวลาศึกษารายละเอียดงานของกระทรวงก่อนมอบนโยบาย โดยเน้นย้ำว่าจะทำงานโดย “ยึดเป้าหมาย” และใช้วิธี “บูรณาการ” ร่วมกับกระทรวงอื่น

หากมองในมุมการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ดูเหมือนยังมีอยู่ 4 ภารกิจหลัก ที่แม่ทัพกระทรวงแรงงานจะต้องเข้ามาจัดการแก้ไข

1.การวางแผนบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบ ก่อนหน้านี้ คสช.ได้จัดตั้งศูนย์จดทะเบียนแรงงานต่างด้าว (One Stop Service : OSS) มีแรงงานเข้ามาจดทะเบียนแล้วกว่า 1 ล้านคน ประเด็นสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการหลังจากนี้ เริ่มจากหลังปิดการจดทะเบียนในวันที่ 31 ต.ค. กระทรวงแรงงานจะดำเนินการอย่างไรกับกลุ่มแรงงานที่ยังไม่ได้จดทะเบียน

หลายฝ่ายยังกังวลว่า หากกระทรวงแรงงานเลือกใช้ “ไม้แข็ง” คือจับแล้วส่งตัวกลับประเทศ อาจส่งผลต่อนายจ้างที่กำลังขาดแคลนแรงงาน คุณภาพชีวิตแรงงาน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน หากเลือกใช้ “ไม้นวม” คือขยายเวลาการจดทะเบียนหรือจับแล้วพามาจดทะเบียน พล.อ.สุรศักดิ์ จะสามารถบูรณาการให้การปฏิบัติจริงเป็นไปตามนโยบายที่ออกมาได้หรือไม่

เพราะที่ผ่านมาบุคคลที่ปฏิบัติงานจริงในสนามจำนวนหนึ่ง มักยังเดินหน้าจับต่อไป ขัดแย้งกับนโยบาย ไม่ว่าด้วยเหตุผลการสื่อสารไม่ชัดเจนและไม่ทั่วถึง หรือหวังหลอกแรงงานและนายจ้าง “ผู้ไม่รู้” เพื่อการทุจริตคอร์รัปชั่น

ขณะเดียวกันกลุ่มที่จดทะเบียนถูกต้องก่อนวันที่ 31 ต.ค. ก็ยังต้องดูแลบริหารจัดการให้เป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของไทยมากที่สุด อาจต้องหยิบประเด็นกฎหมายที่เป็นข้อจำกัดหลายอย่างขึ้นมาทบทวน เช่น อาชีพที่ห้ามแรงงานต่างด้าวทำ การเคลื่อนย้ายแรงงานก่อสร้างข้ามเขต

นอกจากนี้ ตามนโยบายของ คสช.ที่ต้องการให้มีเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่นำร่อง 5 แห่ง ภายในปี 2557 นี้ รัฐมนตรีควรต้องทำงาน “เชิงรุก” คาดการณ์สถานการณ์แรงงานต่างด้าวที่จะเข้ามาแบบไปเช้าเย็นกลับไว้ล่วงหน้า เพื่อจะได้เตรียมการรับมือได้อย่างเหมาะสม ทั้งในแง่มีแรงงานน้อยกว่าความต้องการ หรือเกินความต้องการของผู้ประกอบการ

กระทรวงแรงงานจึงต้องเร่งบูรณาการงานกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและครบวงจร

2.การปฏิรูปโครงสร้างการพัฒนากำลังคนของประเทศ ที่ผ่านมาไทยมีจุดอ่อนสำคัญคือการพัฒนากำลังคนเป็นไปแบบ “ต่างคนต่างทำ” หลายครั้งยัง “ซ้ำซ้อน” ทั้งที่ “ไม่สอดคล้องกับความต้องการตลาดแรงงาน”

ก่อนหน้านี้ นคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เคยเสนอแนวคิดการจัดตั้งกระทรวงทรัพยากรมนุษย์ขึ้น โดยบูรณาการส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนกำลังคนตลอด อาจถึงเวลาที่คนระดับรัฐมนตรีจะต้องนำแนวคิดไปพิจารณา พูดคุยกับหน่วยงานที่ดูแลด้านกำลังคน เช่น กระทรวงศึกษาธิการ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อลดความซ้ำซ้อน และผลิตคนให้ตอบโจทย์ประเทศ เพื่อก้าวสู่อาเซียนอย่างมั่นคง

3.การรับมือความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์แรงงาน อีก 56 ปีข้างหน้า โครงสร้างกำลังแรงงานของไทยจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน อัตราเติบโตของกำลังแรงงานลดลง สังคมก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีการใช้แรงงานรับเหมาช่วง (เอาต์ซอร์ส) และแรงงานวิชาชีพจากเพื่อนบ้านมากขึ้น กระทรวงแรงงานจึงต้องเดินหน้าวางโรดแมปการรับมือความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์แรงงาน เพื่อให้มีกำลังคนเพียงพอ ขณะเดียวกันก็ดูแลสวัสดิการให้กลุ่มแรงงานเอาต์ซอร์สและแรงงานวิชาชีพจากเพื่อนบ้านให้ทั่วถึง

4.การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ที่ผ่านมา ไทยมักแถลงข่าวร่วมกันหลายกระทรวง โดยพูดถึงหลักการ 5P ซ้ำไปซ้ำมา มากกว่าจะเล่าถึงผลงานที่ดำเนินการไปแล้วได้ผลอย่างจริงจัง กระทรวงแรงงานจึงควรผันตัวเองขึ้นมาเป็นผู้ดำเนินการหลัก บูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานเพื่อแก้ปัญหาเชิงรุก ไม่ใช่เล่าแต่เพียงหลักการเดิมที่ไม่สะท้อนผลสำเร็จ

ทั้งหมดนี้ คือภารกิจหลักที่แม่ทัพแรงงานคนใหม่ต้องเร่งจัดการ เพราะ 1 ปีกว่านับจากนี้ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือ 1 ปีกว่าที่ทับซ้อนกับช่วงเวลาก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท