
หาประสบการณ์ชีวิต
ปัจจุบันบริษัทต่างๆ ที่มีแผนจะขยับขยายธุรกิจไปต่างประเทศ มักหาพนักงานที่สมัครใจไปทำงานในสาขาต่างแดนไม่ได้ เพราะโดยทั่วไปคนไทยมักชอบทำงานในประเทศมากกว่า เนื่องจากไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง และสภาพแวดล้อมที่อาจไม่สะดวกสบายเหมือนอยู่เมืองไทย
ปัจจุบันบริษัทต่างๆ ที่มีแผนจะขยับขยายธุรกิจไปต่างประเทศ มักหาพนักงานที่สมัครใจไปทำงานในสาขาต่างแดนไม่ได้ เพราะโดยทั่วไปคนไทยมักชอบทำงานในประเทศมากกว่า เนื่องจากไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง และสภาพแวดล้อมที่อาจไม่สะดวกสบายเหมือนอยู่เมืองไทย
ต่างจาก “แป๋งสกรรจ์ อิทธิระวิวงศ์” ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและแบรนด์ในประเทศพม่าของเครือซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี ที่มีมุมมองต่างออกไป เพราะเขาบอกว่าใช้เวลาตัดสินใจเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น หลังจากที่ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในทีมงานที่ต้องออกมาเปิดตลาดซีเมนต์และก่อสร้างที่พม่า จนถึงวันนี้เขาได้ตักตวงประสบการณ์ต่างแดนมาแล้ว 4 ปี
ส่วนหนึ่งที่ตัดสินใจโกอินเตอร์ อาจเพราะเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง จึงมองเรื่องนี้เป็นความท้าทายที่จะได้ออกไปเปิดประสบการณ์ในโลกกว้าง ประกอบกับยังเป็นหนุ่มโสด จึงไม่มีความกังวลเรื่องภาระและความรับผิดชอบต่อครอบครัวมากนัก
“ผมมองว่านี่คือโอกาสก้าวหน้าทางการงาน และโอกาสในการเรียนรู้ ซึ่งคงหาได้ไม่ง่ายนัก และคงมีเข้ามาไม่บ่อย หากปล่อยไปก็น่าเสียดาย” สกรรจ์ เล่าย้อนถึงความรู้สึกวินาทีที่ต้องตัดสินใจ
เขาบอกว่าตอนที่ตัดสินใจมาทำงานต่างบ้านต่างเมือง หลายคนคงจะห่วงเรื่องภาษา ซึ่งสำหรับตัวเขาเองก็ไม่ได้เก่งเรื่องภาษานัก สามารถพูดสื่อสารได้แค่พอเอาตัวรอด แต่ก็ถือว่าเป็นความโชคดีที่คนพม่าสามารถฟังและเข้าใจภาษาอังกฤษแบบไทยๆ ได้ดี (หัวเราะ) แม้ว่าตอนช่วงแรกที่มาอยู่ เขาจะต้องอาศัยภาษามือประกอบการสื่อสารจนเมื่อยไม้เมื่อยมือไปเหมือนกัน
“ที่สำคัญ ผมแอบถือว่าเราเป็นหัวหน้างาน เวลาสั่งงานลูกน้องก็เป็นเรื่องที่ลูกน้องจะต้องพยายามทำความเข้าใจผม ทำให้ผมกล้าพูดและสื่อสารกับคนพม่าด้วยภาษาอังกฤษแบบไทยๆ ที่ไม่แข็งแรงมากนัก เมื่อได้พูด ได้คุย ได้ใช้ภาษามากขึ้นทุกวัน สุดท้ายภาษาที่ไม่แข็งแรงก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้นไปเอง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ได้มาจากการตัดสินใจมาทำงานที่พม่า”
นอกจากการทำงานแล้ว สกรรจ์ยังเล่าถึงประสบการณ์การใช้ชีวิตในพม่าในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องกิน ที่เขาบอกว่าโชคดีที่เป็นคนกินง่าย จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องอาหารการกิน เพราะหากดูรวมๆ อาหารพม่าส่วนใหญ่ก็มีหน้าตาคล้ายๆ กับอาหารเหนือของไทย เพียงแต่คนพม่าจะชอบรสหวานและมันมากกว่า
สำหรับเรื่องการเดินทางก็ไม่ค่อยมีปัญหา เขาเคยทดลองใช้บริการรถประจำทางของพม่ามาแล้ว โดยแรกๆ จะไปกับเพื่อนร่วมงานชาวพม่า ซึ่งสกรรจ์ก็ฝากบอกถึงคนที่อยากลองนั่งรถเมล์พม่าว่าต้องทำใจเล็กน้อย เพราะค่อนข้างร้อน เนื่องจากมีคนใช้บริการจำนวนมาก รวมทั้งต้องใจเย็น เพราะการจราจรในกรุงย่างกุ้งเริ่มหนาแน่น มีรถติดมากขึ้น และคนขับรถก็ขับเป็นหวานเย็นมาก
“ความจริงการมาทำงานที่พม่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดกลัวไว้ตอนแรก เพราะที่นี่เป็นเมืองพุทธเหมือนกับไทย คนพม่านิสัยดี จิตใจดี ดังนั้นหากเราพร้อมที่จะเปิดใจเรียนรู้และทำความเข้าใจ พม่าก็เป็นอีกเมืองที่มีสีสันให้เรียนรู้ เพื่อเติมประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับตัวเอง”







