
เชื่อมขนส่งน้ำ-บก-ราง
นักวิชาการแนะรัฐเชื่อมขนส่งน้ำบกราง เอื้อส่งออกสะดวกดันธุรกิจโต พร้อมทำวันสต็อปเซอร์วิสเพิ่ม
นักวิชาการแนะรัฐเชื่อมขนส่งน้ำบกราง เอื้อส่งออกสะดวกดันธุรกิจโต พร้อมทำวันสต็อปเซอร์วิสเพิ่ม
นายบุญทรัพย์ พานิชการ ผู้อำนวยการวิทยาลัยโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า ภาครัฐจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเชื่อมโยงระบบการขนส่งทั้งทางน้ำ ทางบก ทางราง ให้ต่อเนื่องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งทางน้ำที่จำเป็นจะต้องเชื่อมต่อกับการขนส่งอีก 2 รูปแบบให้ได้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการส่งออก ดึงดูดให้ใช้การขนส่งทางน้ำส่งสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
ขณะเดียวกัน ควรอำนวยความสะดวกในการทำศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (วันสต็อปเซอร์วิส) ที่เกี่ยวข้องกับด้านศุลกากร เพื่อให้การขนส่งรวดเร็วขึ้น ในอนาคตจะได้ผลักดันการขนส่งผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ทางน้ำ ที่ท่าเรือระนอง ให้เป็นประตูสู่พม่าและเอเชียใต้
ทั้งนี้ จากการสำรวจดัชนีประสิทธิภาพโลจิสติกส์ (LPI) ของธนาคารโลก เปรียบเทียบระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญ พบว่า ในปี 2555 ไทยมีคะแนนประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ในลำดับที่ 38 ของโลก ลดลงมาจากอันดับที่ 31 ของโลกในปี 2550 นอกจากนี้คะแนนของไทยยังลดลงเหลือเพียง 3.18 คะแนน ในปี 2555 จาก 3.33 คะแนน ในปี 2550
ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกลับมีอันดับที่สูงขึ้น เช่น ลาว ขยับจากอันดับ 117 เป็น 109 พม่า ขยับจากอันดับ 147 เป็น 129 นอกจากนี้ประเทศในกลุ่มอาเซียนบวก 3 อย่างจีนก็มีอันดับสูงขึ้นจาก 30 เป็น 26 ด้วยเช่นกัน







