
จี้รายย่อยปินส์จดสิทธิบัตร
ทางการเชื่อช่วยหนุนศักยภาพการแข่งขันหวังเพิ่มประสิทธิภาพหลังเข้าเออีซี
ทางการเชื่อช่วยหนุนศักยภาพการแข่งขันหวังเพิ่มประสิทธิภาพหลังเข้าเออีซี
รัฐบาลตากาล็อกกระตุ้นเอสเอ็มอีจดทะเบียนคุ้มครองสิทธิ หวั่นสูญเสียประโยชน์หากรวมอาเซียน
อีไลซา เอ พาบิลลอร์ ผู้อำนวยการของกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมของฟิลิปปินส์ (ดีทีไอ) ประจำเขตมิซามิส โอเรียนทัล กล่าวระหว่างการประชุมเรื่องข้อมูลด้านทรัพย์สินทางปัญหา (ไอพี) ว่าธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาดย่อม (เอ็มเอสเอ็มอี) ของฟิลิปปินส์ ควรจะตระหนักและรับรู้ถึงมูลค่าของต้นทุนทางปัญญาและสินทรัพย์ทางความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน
ทั้งนี้ ดีทีไอได้จับมือกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญา (ไอพีโอ) ของฟิลิปปินส์ จัดการประชุมครั้งนี้ขึ้นเนื่องจากตระหนักถึงความสำคัญของการแข่งขัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ธุรกิจในโลกยุคใหม่จำเป็นต้องพัฒนา โดยเฉพาะภายหลังจากที่ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จะรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2015
นอกจากนี้ มาร์โล คิว คารัค ผู้จัดการหน่วยงานปฏิบัติการภาคสนามของไอพีโอ ได้ให้การอภิปรายเรื่องปัจจัยที่สำคัญเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาอย่างละเอียด ซึ่งหมายรวมถึงเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ การจดสิทธิบัตร และผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์
“เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาถือว่าเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญภายใต้ภูมิภาคที่มีการแข่งขันสูง และจะเป็นแนวทางช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นธุรกิจขนาดเล็กในฟิลิปปินส์จำเป็นต้องเข้าใจในความสำคัญขององค์ประกอบพื้นฐานต่างๆ ของไอพี” คารัค กล่าว
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องการจดทะเบียนคุ้มครองสิทธิเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาบ่อยครั้ง เพื่อเตรียมตัวรับการรวมเป็นตลาดเศรษฐกิจเดียว ซึ่งก่อนหน้านี้กับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียน ได้ประกาศยกระดับความร่วมมือพัฒนาด้านทรัพย์สินทางปัญญาในภาคธุรกิจ
สำหรับความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นเนื่องจากธุรกิจขนาดย่อมในอาเซียนยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการจดทะเบียนเพื่อปกป้องสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของสินค้าที่ประดิษฐ์ขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่มีอำนาจโดยสิทธิขาดและอาจเสียประโยชน์ในภายหลัง เมื่อบุคคลอื่นเลียนแบบหรือทำซ้ำ กระทบต่อความพยายามขยายตลาดไปยังประเทศสมาชิกอื่นๆ







