posttoday
บีโอไอเดินหน้าอีโคคาร์

บีโอไอเดินหน้าอีโคคาร์

02 มิถุนายน 2553

บีโอไอยืนยันโครงการอีโคคาร์ดำเนินการต่อ แม้ทาทามอร์เตอร์จะขอยกเลิกการลงทุน ด้านค่ายญี่ปุ่นไม่หวั่นเดินหน้าผลิตต่อ เพราะตลาดอีโคคาร์มีแนวโน้มดี

บีโอไอยืนยันโครงการอีโคคาร์ดำเนินการต่อ แม้ทาทามอร์เตอร์จะขอยกเลิกการลงทุน ด้านค่ายญี่ปุ่นไม่หวั่นเดินหน้าผลิตต่อ เพราะตลาดอีโคคาร์มีแนวโน้มดี

นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิกาคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า การขอยกเลิกโครงการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) ของบริษัททาทา มอร์เตอร์ จะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการอีโคคาร์ที่มีอยู่ เพราะบริษัทของญี่ปุ่น ได้แก่ ฮอนด้า โตโยต้า ซูซูกิ มิตซูบิชิ และนิสสัน ยังคงยืนยันจะเดินหน้าการผลิตตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ต่อไป โดยหลายรายมีแนวโน้มที่จะผลิตมากกว่า 1 แสนคัน ภายใน 5 ปี มากกว่าเงื่อนไขกำหนดไว้ และจะย้ายฐานการผลิตจากที่อื่นมาไทย เนื่องจากมองว่าตลาดอีโคคาร์ทั้งในและต่างประเทศมีแนวโน้มที่ดี

สำหรับเหตุผลการขอยกเลิกโครงการของทาทา มอร์เตอร์ อาจจะมีปัญหาด้านตลาดในเมืองไทย เนื่องจากการผลิตอีโคคาร์ต้องอาศัยการมีฐานการผลิต และฐานตลาดรถยนต์ในเมืองไทยอยู่แล้ว แต่ทาทายังไม่มี จึงอาจมองว่าการที่จะผลิตให้ได้ 1 แสนคัน ภายใน 5 ปี ตามเงื่อนไข อาจจะเป็นไปได้ยาก จึงหันไปมองการนำเข้ารถยนต์เข้ามาขายแทน

อย่างไรก็ตาม ต้องการให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับโครงการอีโคคาร์ และให้ส่งเสริมให้โครงการดังกล่าวดำเนินการไปได้ก่อน เนื่องจากมีค่ายรถยนต์หลายค่ายต้องการให้มีการปรับลดภาษีสำหรับรถยนต์ชนิดอื่นๆ เช่น รถยนต์ที่ใช้น้ำมันอี 85 เป็นต้น ซึ่งจะไม่เป็นธรรมต่อผู้ผลิตอีโคคาร์ เพราะการที่อีโคคาร์จะได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขมากมาย เช่น ต้องผลิตให้ได้ 1 แสนคัน ภายในระยะเวลา 5 ปี มีการลงทุนในเมืองไทยไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท มีอัตราการปล่อยมลพิษที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งอีโคคาร์ที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอจะเป็นรถยนต์ที่มีคุณภาพมากกว่า ขณะที่รถยนต์ชนิดอื่นๆ เป็นการนำเข้ามาขาย ไม่มีการประกอบในเมืองไทย หากจะให้สิทธิประโยชน์เท่ากันจะไม่ยุติธรรม

นางอรรชกา กล่าวว่า ส่วนปัญหาทางการเมืองคงส่งผลกระทบต่อการลงทุนบ้าง แต่ไม่ถึงกับทำให้เกิดการย้ายฐานการลงทุน เนื่องจากตลาดของผู้ลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในเมืองไทย หากไม่เข้ามาลงทุนก็คงทำตลาดไม่ได้ เช่น อุตสาหกรรมอะไหล่และชิ้นส่วนยานยนต์ ที่ต้องผลิตป้อนบริษัทใหญ่ในเมืองไทย จึงมองว่าถ้าโอกาสทางธุรกิจยังมีอยู่ นักลงทุนก็ต้องการเข้ามาลงทุนอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ที่ยื่นนขอรับส่งเสริมการลงทุนไว้แล้ว ทางบีโอไอก็ต้องเร่งติดตามความคืบหน้า ให้เกิดการลงทุนจริง โดยจะเดินทางไปโรดโชว์ยังประเทศที่มีสำนักงานของบีโอไออยู่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีนักลงทุนรายใดแจ้งจะยกเลิกการลงทุน ส่วนที่ชะลอการลงทุนก็เป็น เพราะเหตุผลทางธุรกิจของบริษัท ไม่ใช่เกิดจากปัญหาทางการเมือง และขณะนี้ก็ยังมีหลายโครงการที่ยังค้างการอนุมัติอยู่ทางบีโอไอก็จะรีบทยอยอนุมัติให้

นอกจานี้ บีโอไอยังได้ลงนามความร่วมมือกับอ็อกฟอร์ด บิสสิเนส กรุ๊ป เพื่อร่วมกันจัดทำรายงาน The Report : Thailand 2010 ซึ่งเป็นรายงานการวิจัยในการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีในด้านการลงทุนของไทย และเป็นข้อมูลสำคัญ เพื่อให้นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในเมืองไทย  

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน