posttoday
เปิดทดลองพืชจีเอ็มโอเผือกร้อนรัฐบาลประยุทธ์

เปิดทดลองพืชจีเอ็มโอเผือกร้อนรัฐบาลประยุทธ์

16 กันยายน 2557

ความพยายามในการผลักดันให้มีการบรรจุการทดลองปลูกพืชดัดแปลงพันธุ์กรรม (พืชจีเอ็มโอ)

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

ความพยายามในการผลักดันให้มีการบรรจุการทดลองปลูกพืชดัดแปลงพันธุ์กรรม (พืชจีเอ็มโอ) ไว้ในยุทธศาสตร์พืชเศรษฐกิจของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พืช 4 ชนิด ถือเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ของประเทศไทย

เพราะหากการผลักดันสำเร็จนี่จะกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในธุรกิจเกษตรไทย ซึ่งนอกจากจะกระทบในวงกว้างต่อผู้คนในประเทศแล้วจะกระทบกระเทือนต่อไทยในฐานะแหล่งอาหารของโลก

จีเอ็มโอเป็นที่รู้จักกันมาเกือบ 20 ปีและจนถึงปัจจุบัน แต่ไทยก็ไม่เคยมีนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชจีเอ็มโอ แม้ว่าจะเคยมีการทดลองในแปลงพืชของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่จำกัดวงแคบไว้เฉพาะในด้านวิชาการ

แต่ทว่าในการเปิดเวทีรับฟังความเห็นเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์พืชเศรษฐกิจ 4 ชนิด เมื่อต้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ภาคเอกชนได้มีการหยิบยกประเด็นการเปิดทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอ เพื่อเป็นทางออกในการแสวงหาวัตถุดิบในประเทศ ซึ่งต้องรอดูว่ากระทรวงเกษตรฯ จะนำสารนี้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีในยุคที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่

ในขณะที่เรื่องนี้ไม่เพียงกระเทือนต่อภาคเกษตรกรรมของไทยเท่านั้น หากแต่สะท้านไปทั้งรัฐบาล

โอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ยอมรับว่า ภาคเอกชนจากสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ได้เสนอความเห็นและเรียกร้องให้รัฐเปิดทางอนุญาตทดลองพืชจีเอ็มโอในไทยด้วย เพื่อให้มีชุดข้อมูลเป็นทางเลือกของไทยที่จะตัดสินว่าจะอนุญาตให้มีการปลูกพืชจีเอ็มโอหรือไม่ในอนาคต โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปัจจุบันมีความต้องการมากขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาปศุสัตว์

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาไทยประกาศนโยบายอาหารปลอดภัยและการเป็นครัวของโลก ประกอบกับการต่อต้านการปลูกพืชจีเอ็มโออย่างหนักในประเทศ ทำให้รัฐบาลไทยยังไม่มีนโยบายอนุญาตให้ทดลองการปลูกพืชจีเอ็มโอในประเทศ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องของระดับนโยบายที่จะต้องตัดสินใจและนี่ไม่ใช่ข้อเสนอของกระทรวงเกษตรฯ แน่นอน

วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวว่า หลังจากมีข่าวว่าอธิบดีกรมวิชาการเกษตรรับข้อมูลจากภาคเอกชน เสนอให้มีการทดลองพืชจีเอ็มโอในเขตทหาร ทางไบโอไทยและพันธมิตรก็ได้มีการหารือและเตรียมทำหนังสือเข้าร้องต่อปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อยืนว่า ไบโอไทยและประชาชนส่วนใหญ่ของชาติไม่เห็นด้วยกับการจะเปิดทางให้มีการทดลองพืชจีเอ็มโอ

หากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อนุมัติก็จะเป็นการสร้างตราบาปไว้เป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย

“ผมเห็นสัญญาณจากข้าราชการผู้ใหญ่และภาคเอกชนยักษ์ใหญ่แล้วไม่สบาย เกรงว่าจะอาศัยความสัมพันธ์พิเศษมาอาศัยอำนาจทหารที่มีล้นมือขณะนี้เปิดทางการศึกษาจีเอ็มโอ เพราะในสถานการณ์ปกติจะทำได้ยาก เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเดิมมีข้อกำหนดที่เข้มงวด ทำให้การจะศึกษาพืชจีเอ็มโอทำได้ยาก เพราะฉะนั้นหากมีการลักไก่หรือยื่นไก่ให้ ครม.ทหารพิจารณาเรื่องนี้...

ทหารที่มาเป็นรัฐบาลชั่วคราว ไม่ควรตัดสินใจอะไรที่จะเป็นผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารและความปลอดภัยของประชาชนในชาติ” ผู้อำนวยการไบโอไทย ระบุ

วิฑูรย์ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันผู้บริโภคสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศผู้คิดค้นจีเอ็มโอ ประชาชนกว่าครึ่งประเทศประกาศไม่เอาพืชจีเอ็มโอ มีการรณรงค์และเรียกร้องให้แต่ละรัฐติดฉลากแสดงสินค้าว่าเป็นจีเอ็มโอหรือไม่ ล่าสุด เมื่อปี 2556 เรียกร้องให้มีการติดฉลากสินค้าสำเร็จใน 3 รัฐ คือ รัฐเมน คอนเนกทิคัต และเวลมอนต์ และแม้กระทั่งสินค้าดังหลายยี่ห้อที่โดยใช้วัตถุดิบจีเอ็มโอ ต้องตั้งบริษัทลูกผลิตสินค้าที่ไม่ใช่จีเอ็มโอ

ดังนั้น ความพยายามผลักดันให้นำพืชจีเอ็มโอมาปลูกนั้น คนที่ได้ประโยชน์ คือบริษัทข้ามชาติและทันทีที่มาทดลองหรือการปลูกจีเอ็มโอในประเทศไทย บริษัทข้ามชาติจะกลายเป็นผู้ผูกขาดเมล็ดพันธุ์ โดยเฉพาะมะละกอและข้าวโพด ขณะที่บริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่ของไทย ที่ต้องการให้ประเทศเป็นแหล่ง วัตถุดิบราคาถูกเท่านั้น

แต่ประชาชนคนไทยและเกษตรกรจะไม่ได้ประโยชน์และจะกระทบกับรากฐานและความมั่นคงทางอาหารของไทยอย่างหนักในระยะยาว แม้แต่ อนันต์ ดาโลดม นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย ที่เห็นด้วยหากจะมีการเปิดทางให้มีการศึกษาการปลูกพืชจีเอ็มโอในประเทศไทย เพื่อได้ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ออกมา

แต่อนันต์ก็ไม่เห็นด้วย หากจะมีการอนุญาตให้ นำเข้าเมล็ดพันธุ์จีเอ็มโอเข้ามาปลูก เพราะจะกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารของไทยที่มีมูลค่ามหาศาล เพราะในหลายประเทศกังวลเรื่องปศุสัตว์ที่เลี้ยงโดยอาหารที่มีส่วนผสมจากพืชจีเอ็มโอ และหากตลาดเสียหายจะกู้ชื่อเสียงกลับมาลำบาก อีกทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดของไทย ที่มีการปรับปรุงพันธุ์นั้นได้รับการยอมรับในคุณภาพมาก

แม้ว่าประเทศไทยจะไม่มีนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชจีเอ็มโอ แต่ในข้อเท็จจริงพบว่า มีพืชจีเอ็มโอทั้ง ฝ้าย มะละกอ ถั่วเหลือง จีเอ็มโอกระจายในประเทศไทย

ซึ่ง เสริมสุข สลักเพชร รองอธิบดีกรมวิชาการเองก็ยอมรับว่า อียูได้แจ้งเตือนผ่านกรมวิชาการเกษตรหลายครั้งว่า มีมะละกอจีเอ็มโอจากไทยส่งออกเข้าไปในตลาดอียูหลายครั้ง แม้ว่าทางกรมวิชาการแจ้งอียูว่า ไทยยังไม่มีการอนุญาตปลูกเพื่อการค้า แต่จะปลูกเพื่อการวิจัยในแปลงทดลองเท่านั้นก็ตาม

จะเห็นได้ว่าพืชจีเอ็มโอมีผลกระทบในทางการค้าระหว่างประเทศไม่น้อย

การสร้างยุทธศาสตร์พืชเศรษฐกิจจึงสำคัญไม่น้อย หากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะดำเนินการในเรื่องนี้ ย่อมต้องฝ่าด่านหินจากประชาชนแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท