
‘ความรู้ที่ถูกต้อง’ ตอน 5
“ความรู้ที่ถูกต้อง” คุยกันมา 5 ตอนแล้ว หลายคนยังงงอยู่ นึกว่าความรู้ที่ถูกต้องคือ ความรู้ที่ท่องๆ กันมา โนๆๆ ไม่ใช่ เอาสรุปใจความง่ายๆ ของนิยามความรู้ที่ถูกต้องที่จะทำให้คนธรรมดาสามารถสร้างตัวเป็นเศรษฐีได้ คือ ความรู้ที่ไม่ธรรมดา
“ความรู้ที่ถูกต้อง” คุยกันมา 5 ตอนแล้ว หลายคนยังงงอยู่ นึกว่าความรู้ที่ถูกต้องคือ ความรู้ที่ท่องๆ กันมา โนๆๆ ไม่ใช่ เอาสรุปใจความง่ายๆ ของนิยามความรู้ที่ถูกต้องที่จะทำให้คนธรรมดาสามารถสร้างตัวเป็นเศรษฐีได้ คือ ความรู้ที่ไม่ธรรมดา
ข้อหนึ่ง มันจะต้องไม่เคยมีใครทำมาก่อน (หรือมีแล้วเจ๊ง) ไอ้ที่เจ๊งเพราะมันทำแบบลูกคนรวย คิดดีๆ นะ ลูกคนรวยถ้าทำธุรกิจก็ทำง่ายๆ เอาเงินพ่อมาแล้วก็ลงทุน ไม่พอก็กู้แบงก์ให้พ่อค้ำ ถ้าเจ๊งแบงก์ก็ไปเอากับพ่อ สรุปมันคือธุรกิจที่ปลูกอยู่บนพ่อ ไม่ต้องใช้สมองเลยนั่น ใช้แต่คอนเนกชั่นกับบุญเก่า ดังนั้นการที่บอกว่าจะต้องไม่เคยมีใครทำมาก่อน มันสังเกตง่ายๆ เวลาคุณเสนอไอเดียขึ้นมาปั๊บ คนรอบข้างจะต้องไม่เห็นด้วย “เฮ้ย!! ไอ้หนู บ้าไปแล้ว แบบนี้เขาไม่มีใครทำ” แต่หลักการมันง่ายๆ เดี๋ยวนี้การเริ่มธุรกิจมันต้นทุนต่ำ มีคอมพิวเตอร์กับอินเทอร์เน็ตก็เปิดธุรกิจได้แล้ว ดังนั้นจะคิดฉีกแนวแค่ไหนก็ทำไป เพราะยุคโซเชียลเน็ตเวิร์กมันสร้างธุรกิจจากไร้กรอบ
ผมไปเจอหนังสือเล่มนึง โดนมากๆ ของ Brandon Burchard ชื่อหนังสือว่า The Millionaire Messenger คือ เห็นแวบแรกไม่อยากอ่าน เพราะมันแปลตรงๆ ว่า Messenger เงินล้าน โห!! ห่วย ใครจะอยากจะเป็น Messenger ก็เด็กส่งของดีๆ นี่เอง
แต่ไม่ใช่เลย หนังสือเล่มนี้ตบหน้าผมตั้งแต่คำนำ เขาบอกว่าในยุค Information Age ที่เราอยู่ “ความรู้ไม่มีราคา เพราะมันหาได้จากอินเทอร์เน็ต แต่ความรู้ที่ถูกเอามาจัดเรียงจนกลายเป็นโมเดลนั่นแหละ มีราคามหาศาล แค่นี้เองเหรอ”
ใช่!! คุณรู้ไหมว่าสิ่งที่ Brandon พูด มันทำให้ผมยิ่งอ่านยิ่งตื่นเต้น เขาบอกว่าประสบการณ์ของทุกคนมีราคา ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนรู้ค่าของประสบการณ์ตัวเองรึเปล่า แน่นอน!! คนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นค่าประสบการณ์ตัวเอง จึงปล่อยให้เรื่องราวและประสบการณ์ชีวิตของตัวเองมันผ่านไปกับสายลมและความไร้ค่า แต่ Brandon บอกว่าใครก็ตามที่เอาประสบการณ์และความรู้ของตัวเองมารวมกันแล้วสร้างเป็นโมเดลที่สามารถสอนคนอื่นได้อย่างง่ายๆ นั่นก็คือธุรกิจแล้ว
เขาเรียก Expert Industry ซึ่งก็คืออุตสาหกรรมของผู้เชี่ยวชาญ ฟังดูคุ้นๆ นะ บทความก่อนผมเล่าว่าใครก็ตามที่อยากรวย อย่าทำแค่เปิดธุรกิจ เพราะมันกระจอก ให้คิดสร้างทั้งอุตสาหกรรม คือ จะทำอะไรทั้งทีคิดใหญ่หรือคิดเล็กมันก็เหนื่อยพอๆ กัน ก็คิดสร้างอุตสาหกรรมใหม่ไปเลย
ต้องเป็น Expert Industry ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน นั่นก็คือลองดูซิว่าตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญสาขาอะไรบ้างที่เอาความรู้และประสบการณ์ของตัวเองมาทำเป็นโมเดลขายเรียบร้อย ก็เช่น T.Harv ขายเรื่องความมั่งคั่ง, Rich Dad ขายเรื่องเงินสี่ด้าน, Tony Robbin เรื่องจิตใจ เฮ้ย!! ครบแล้ว ไม่มีที่ว่างให้เราแล้ว
ไม่จริงเลยครับ ในโลกมีสิ่งที่ให้มนุษย์เรียนรู้มากมาย มีอุตสาหกรรมย่อยที่แบ่งออกมาจากอุตสาหกรรมใหญ่ได้อีกมากมาย เช่น อย่างเรื่องความมั่งคั่งก็แตกได้เป็นการทำธุรกิจ การเล่นหุ้น การทำอสังหาฯ การลงทุนในทองคำ ลงทุนในสิ่งต่างๆ มากมาย
จะว่าไปแล้วมันมี “ความรู้” อยู่มากมายในโลก ที่ยังไม่ได้ถูกเอามาย่อยให้ง่าย ซึ่งอย่างเมืองไทยถ้ามองกันชัดๆ มีอุตสาหกรรมนึงที่เป็นอุตสาหกรรมพันล้านที่เกิดจากช่องว่างเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแค่นั้นเอง ก็กลายมาเป็น Expert Industry ทางด้านโรงเรียนกวดวิชาทั่วประเทศ และก็สอนในทุกวิชาที่มีการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ลองดูดีๆ ซิ โรงเรียนก็มีครูที่สอนวิชาเหล่านี้อยู่แล้ว แต่การที่ครูสอนพิเศษเหล่านี้เอาความรู้ต่างๆ มาสร้างเป็นโมเดลง่ายๆ ก็กลายเป็นว่าครูเหล่านี้รวยกันมหาศาล ก็เพราะเขาคิดนอกกรอบ เช่น เดินเรียนหนึ่งวิชาต้องใช้เวลาหลายๆ ปี กว่าจะจบตามระบบการศึกษาปกติ
แต่โรงเรียนกวดวิชาเหล่านี้เอาบทเรียนมาย่อและทำให้ง่าย จบใน 10 ครั้ง เข้าใจแบบสรุป สุดยอด ในที่สุดทั้งเด็กและผู้ปกครองก็ยอมเสียตังค์เรียนพิเศษ ทั้งๆ ที่ความรู้เหล่านั้นก็เป็นความรู้พื้นๆ
แต่คิดดีๆ สิ่งที่โรงเรียนกวดวิชาเหล่านี้สร้างขึ้นมาก็คืออุตสาหกรรมใหม่ เอาความรู้มาย่อยให้ง่าย กลายเป็นโมเดลการศึกษารวบยอดแบบใหม่ เข้าใจง่าย โดนใจลูกค้า
นี่แหละ ที่ผมอยากจะขยายความให้ฟังว่า ในโลกนี้มีโอกาสอยู่รอบๆ ตัว ขึ้นกับว่าเราจะมองนอกกรอบและเห็นโอกาสที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นหรือเปล่า
อย่างในตลาดหุ้น คุณดู Stock2morrow ซิ เขาทำคอร์สสอนหุ้นที่เดิมทีโบรกเกอร์สอนฟรี แต่เขาเก็บเงิน เพราะเขาเอาวิธีการเล่นหุ้นมาทำเป็นโมเดลใหม่ให้สั้น เข้าใจง่าย ใช้ได้จริงไง นี่แหละคิดให้ต่าง ให้ใหม่ ให้โดนใจตลาด คุณก็อาจสร้างอุตสาหกรรมใหม่ แล้วเป็นเจ้าของอุตสาหกรรมรวยสุดๆ ได้ในวันนึง







