posttoday
10 ทำเลร้อนลงทุนคอนโดปลายปี

10 ทำเลร้อนลงทุนคอนโดปลายปี

16 กันยายน 2557

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

ตลาดคอนโดมิเนียมเริ่มกลับมาร้อนฉ่าในช่วง 4 เดือนสุดท้าย หลังจากอั้นการเปิดตัวโครงการใหม่มาตั้งแต่เกิดความวุ่นวายทางการเมืองเมื่อปลายปีที่แล้ว กำลังทยอยเปิดโครงการใหม่กันอย่างคึกคัก

นลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้มาร์เก็ตติ้ง ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ คาดว่าจะมีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่เฉพาะของผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่ต่ำกว่า 50 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมๆ แล้วกว่า 5 หมื่นล้านบาท ยังไม่นับรวมโครงการของผู้ประกอบการรายเล็กอีกจำนวนไม่น้อย ส่งผลให้หลายๆ พื้นที่จะกลับมาคึกคักรอบใหม่เป็น 10 ทำเลทองในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ประกอบด้วย

โซน A สาทรบางรัก

เป็นทำเลศูนย์กลางธุรกิจที่มีความต้องการทั้งจากคนไทยและต่างชาติ โดยอุปทานห้องชุดของย่านนี้มีเพียง 5% ของห้องชุดทั้งหมดในกรุงเทพฯ และเป็นอีกหนึ่งทำเลที่ดินเพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียมหายากขึ้น โดยปัจจุบันราคาขายเฉลี่ยในย่านนี้อยู่ที่ 1.44 แสนบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) ซึ่งปรับขึ้น 11% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยบริเวณที่เด่นสุดในโซนนี้คือ ย่านศาลาแดง สีลมตอนต้นที่ใกล้สวนลุมพินีและแยกนราธิวาสตัดกับสาทรและสีลม เพราะใกล้ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอส ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดินและห้างสรรพสินค้าต่างๆ ซึ่งนอกจากจะมีโครงการของกลุ่มเมเจอร์ ดีเวลอปเม้นท์ที่เปิดขายอยู่ในปัจจุบันแล้ว ในช่วงปลายปีนี้ กลุ่มเอสซี แอสเสท ยังเตรียมเปิดตัวโครงการหรูในย่านนี้ด้วย

โซน B ปทุมวันราชเทวี

คอนโดมิเนียมในทำเลนี้มีความหลากหลายเรื่องของราคาและสินค้ามากกว่าโซน A แต่โซน B ถือเป็นโซนซูเปอร์ไพรม์ หรือจะเรียกว่าร้อนแรงที่สุดของคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.39 แสนบาท/ตร.ม. เฉลี่ยแล้วปรับขึ้นประมาณ 15% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากทำเลโซนนี้กินวงกว้างจากพระราม 4 วิทยุ หลังสวน เพลินจิต ราชเทวี และสุขุมวิทตอนต้น ซึ่งในแง่ความสะดวกสบายในการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ถือว่าโซนนี้มีความโดดเด่นมาก จึงไม่แปลกที่จะเป็นโซนซูเปอร์ไพร์มของกรุงเทพฯ โดยบริเวณที่เด่นสุดในโซนนี้คือ ย่านหลังสวนและเพลินจิต เพราะมีอุปทานห้องชุดเสนอขายไม่มากนัก เหมาะทั้งซื้อเพื่ออยู่เองและซื้อลงทุน

โซน C วัฒนาคลองเตย

บริเวณนี้ครอบคลุมตั้งแต่อโศกถึงเอกมัย ซึ่งเป็นทำเลที่ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นให้ความนิยมอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก เพราะนอกจากจะเดินทางสะดวกแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น โรงเรียน ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของชาวต่างชาติ จึงทำให้ย่านนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายย่อยในการซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อลงทุน ซึ่งมั่นใจได้ว่าโซนนี้ยังเป็นที่นิยมต่อเนื่อง โดยราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 1.34 แสนบาท/ตร.ม. และบริเวณที่เด่นสุดในโซนนี้คือ สุขุมวิท 39 ทองหล่อ

โซน D พระโขนงสวนหลวงแบริ่ง

โซนนี้ถือว่าเป็นโซนที่มีจำนวนห้องชุดมากที่สุดในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนมากถึง 20% ของห้องชุดทั้งหมด เนื่องจากเป็นบริเวณส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้า ราคาที่ดินยังไม่สูงมาก และมีที่ดินให้พัฒนาโครงการขนาดใหญ่จำนวนมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่การที่โซนนี้มีอุปทานห้องชุดจำนวนมาก ทำให้การแข่งขันสูงและโดยภาพรวมของทำเลนี้เหมาะกับการอยู่อาศัย แต่หากจะซื้อเพื่อการลงทุน ควรเน้นที่ติดสถานีรถไฟฟ้าเป็นหลัก โดยบริเวณที่เด่นสุดของโซนนี้คือ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช สถานีบางจาก และใกล้สถานีแบริ่ง

โซน E พญาไทรัชดาภิเษก

ทำเลนี้ครอบคลุมพหลโยธิน จตุจักร ลาดพร้าวตอนต้น รัชดาภิเษก และพระราม 9 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโซนที่มีอุปทานห้องชุดจำนวนมากเป็นอันดับต้นๆ รองจากโซน D ราคาขายเฉลี่ย 6 หมื่น1.5 แสนบาท/ตร.ม. โดยบริเวณที่เด่นสุดของโซนนี้คือ พหลโยธินตอนต้น แม้ราคาจะสูงแต่เดินทางสะดวก ใกล้ย่านชุมชนเก่า และรัชดาพระราม 9 เป็นบริเวณที่ต้องจับตามองมาก เพราะจะมีอาคารสำนักงานเกิดใหม่ในอนาคตจำนวนมาก มีห้างสรรพสินค้า ซึ่งอาจจะกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยแห่งใหม่

โซน F ยานนาวาบางคอแหลมคลองสาน

ครอบคลุมทำเลพระราม 3เจริญกรุง และเจริญนคร แม้ว่าจะไม่ได้ใกล้รถไฟฟ้า แต่มีจุดเด่นในเรื่องความใกล้แม่น้ำ ราคาขายยังไม่สูงมาก เฉลี่ยอยู่ที่ 8.6 หมื่นบาท/ตร.ม. แต่หากติดริมแม่น้ำมากๆ ราคาขายเฉลี่ยจะขยับขึ้นไปถึง 1 แสนบาท/ตร.ม. ซึ่งในระยะสั้นเหมาะกับการซื้ออยู่อาศัย เพราะหากซื้อลงทุนเหมาะกับการลงทุนระยะยาว

โซน G ลาดพร้าววังทองหลาง

ครอบคลุมบริเวณลาดพร้าว เลียบทางด่วนจนถึงรามอินทรา คอนโดมิเนียมโซนนี้จะเป็นโครงการใหญ่มีจำนวนห้องชุดมาก รองรับกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง ลูกค้าหลัก คือ คนท้องถิ่นที่อยู่อาศัยในย่านนั้น ราคาขายเฉลี่ย 5.9 หมื่นบาท/ตร.ม. ซึ่งราคาขายยังไม่สูงมาก แต่มีโอกาสที่ดีในอนาคตจากโครงการถไฟฟ้าสายสีชมพู

โซน H ธนบุรีราชพฤกษ์เพชรเกษมสุขสวัสดิ์พระราม 2

เนื่องจากบริเวณนี้มีรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอส ส่วนต่อขยายที่สร้างเสร็จแล้ว และเอ็มอาร์ทีสายสีน้ำเงินที่กำลังก่อสร้าง จึงเรียกได้ว่า 23 ปีที่ผ่านมาเป็นโซนที่มีอุปทานเติบโตมากที่สุด แต่หากดูในเรื่องราคาเฉลี่ยไม่ได้ขยับตัวมากประมาณ 7.6 หมื่นบาท/ตร.ม. เพราะคอนโดเปิดใหม่จะขยับออกนอกเมือง โดยโซนนี้บริเวณที่เด่นสุดคือ ใกล้สถานีตลาดพลู สถานีบางหว้า ส่วนบริเวณสุขสวัสดิ์ และประชาอุทิศก็มีความน่าสนใจ เพราะเป็นย่านชุมชนเก่าแก่ที่จะมีการขยายตัว

โซน I ติวานนท์รัตนาธิเบศร์

ย่านนี้จะคล้ายกับโซน H ที่มีปัจจัยเรื่องส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า จึงมีอุปทานห้องชุดสูงเป็นอันดับสามของกรุงเทพฯ ราคาขายเฉลี่ย 6.5 หมื่นบาท/ตร.ม. ขยับขึ้น 25% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นทำเลที่เหมาะกับการซื้อเพื่ออยู่เอง ส่วนการซื้อเพื่อลงทุน แม้จะมีโอกาส แต่จะมีคู่แข่งจำนวนมาก

โซน J แจ้งวัฒนะปากเกร็ด

ราคาคอนโดมิเนียมโซนนี้ไม่สูงมาก เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5.8 หมื่นบาท/ตร.ม. ซึ่งเป็นเพราะอุปทานห้องชุดมีไม่มากนัก โดยนอกจากปัจจัยเรื่องศูนย์ราชการแล้ว ยังมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูในอนาคตด้วย

บรรยากาศช่วง 4 เดือนสุดท้าย จึงมั่นใจได้ว่าในทุกทำเลที่กล่าวมาข้างต้นมีโครงการเปิดตัวใหม่กันคึกคักและการแข่งขันจะเข้มข้นอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท