
ไฟแนนซ์ทูเดย์
วันนี้จะเป็นวันแรกที่รัฐมนตรีทั้งคณะจะเข้าทำงานตามกระทรวงที่ได้รับการแต่งตั้ง หลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้วต้องรีบไปเข็นนโยบายเร่งด่วนที่เสนอต่อนายกรัฐมนตรีเอาไว้มาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหลายแหล่ ที่ประชาชนรอคอยด้วยใจจดจ่อ หวังจะมีเงินทองมาจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น
วันนี้จะเป็นวันแรกที่รัฐมนตรีทั้งคณะจะเข้าทำงานตามกระทรวงที่ได้รับการแต่งตั้ง หลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้วต้องรีบไปเข็นนโยบายเร่งด่วนที่เสนอต่อนายกรัฐมนตรีเอาไว้มาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหลายแหล่ ที่ประชาชนรอคอยด้วยใจจดจ่อ หวังจะมีเงินทองมาจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น
...งวดเข้ามาเต็มทีสำหรับการรับสมัครผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนใหม่ แทนวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ที่ถูกพิษการเมืองเรื่องข้าวทำให้ต้องแสดงสปิริตด้วยการลาออก คนที่เปิดตัวแรงมาตั้งแต่ยังไม่เปิดรับสมัครว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งนี้แน่ๆ คือ ธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการอาวุโส และรักษาการผู้อำนวยการออมสิน และลือให้แซ่ดจากคนจิตตกปล่อยข่าวทั่วธนาคารออมสินว่า จะมีบอร์ดบางคนลาออกเพื่อมาสมัครตำแหน่ง ผอ.ออมสินแข่ง
อันนี้เล่นแรง เพราะลากหม่อมอุ๋ยม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจมาเล่น ว่าจะดันคนของตัวเองขึ้นมา แต่คนพูดคงจะลืมไปว่ากรรมการธนาคารใหญ่กว่า ผอ.ออมสิน เพราะธนาคารนี้บริหารงานโดยบอร์ด ซึ่งรับภารกิจโดยตรงมาจากกระทรวงการคลังและรัฐบาลว่าต้องการให้เดินหน้าไปทางทิศไหน หันซ้ายหันขวา รัฐบาลชุดที่แล้วถึงส่งคนของกลุ่มชินวัตรเข้ามายึดตำแหน่งบอร์ดเอาไว้เกือบหมด ลือกันไปลือกันมาระวังสุดท้ายตัวเก็งกลายเป็นคนในแบงก์ออมสินซะเอง รอดูวันสุดท้ายเพราะตัวจริงมักจะเป็นตาอยู่ มาทีหลังคว้าพุงปลาไปกิน และตาอยู่มักจะมาช้าแต่ชัวร์
...ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐแสดงถึงทิศทางการฟื้นตัว ทำให้ตลาดเงินคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่ากำหนด เหตุผลนี้จึงหนุนให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว ค่าเงินบาทจึงอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว ค่าเงินบาทเมื่อวันศุกร์ที่แล้วปิดตลาดที่ 32.18/20 บาท/เหรียญสหรัฐ แบงก์ชาติคงติดตามดูค่าเงินอย่างตาไม่กะพริบ เพราะค่าเงินอ่อนหรือแข็งค่าเร็วเกินไปไม่ใช่เรื่องดีต่อระบบเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ
...กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ปวดหัวกับการไล่ทวงเงินนักเรียนและนักศึกษาที่กู้ไปเรียนแล้วไม่ยอมชำระคืน ทำให้กองทุนขาดสภาพคล่องไม่มีเงินมาให้เด็กรุ่นใหม่ที่จะเข้าสู่ระบบการศึกษายืมเรียน เลยแก้เกณฑ์การขอกู้เงินใหม่ โดยเพิ่มคุณสมบัติของผู้มีความรับผิดชอบและจิตสาธารณะขึ้นมา ใครจะขอกู้ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม 2.00 และต้องมีหลักฐานแสดงถึงการเข้าร่วมโครงการจิตอาสาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ กฎเกณฑ์นี้ ช.ชดา เห็นว่าไม่โหดและเป็นการลดโอกาสเด็กทางการศึกษา แต่ตรงกันข้ามจะทำให้เด็กมีความขวนขวาย ขยัน และมีความรับผิดชอบมากขึ้น ซึ่งนายกฯ บิ๊กตู่น่าจะชอบใจ
...ขอโปรโมทหนังสือของสำนักพิมพ์โพสต์บุ๊ก ในเครือของโพสต์ พับลิชชิง “คิดแบบภาววิทย์” เขียนโดยหนุ่มน้อย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาด้านการลงทุนมือฉมัง ที่มาแนะนำให้พลิกความคิดใหม่ว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้รวย หนังสือเล่มนี้ติดเบสต์เซลเลอร์ ชี้ให้เห็นว่า “ความรวย” เกิดมาจากปัญญาและเวลา การเรียนรู้สิ่งนั้นต่างหากที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งภาววิทย์ เชื่อว่า ทุกอย่างต้องแลกด้วยการคิด ความเข้าใจและความอดทน







