posttoday
จับตาการประชุมนโยบายการเงินสหรัฐ

จับตาการประชุมนโยบายการเงินสหรัฐ

15 กันยายน 2557

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ในสัปดาห์นี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในช่วงระหว่าง 32.20-32.50 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยยังถือว่าเป็นกรอบที่อ่อนค่าอยู่ เนื่องจากในสัปดาห์นี้มีประเด็นใหญ่อย่างการประชุมนโยบายการเงินของสหรัฐให้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะหลังการประชุมครั้งนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจรอบใหม่ ทำให้ตลาดน่าจะเข้าใจถึงมุมมองของเฟดเพิ่มมากขึ้นว่าประเมินเศรษฐกิจไปในทิศทางใด

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ในสัปดาห์นี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในช่วงระหว่าง 32.20-32.50 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยยังถือว่าเป็นกรอบที่อ่อนค่าอยู่ เนื่องจากในสัปดาห์นี้มีประเด็นใหญ่อย่างการประชุมนโยบายการเงินของสหรัฐให้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะหลังการประชุมครั้งนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจรอบใหม่ ทำให้ตลาดน่าจะเข้าใจถึงมุมมองของเฟดเพิ่มมากขึ้นว่าประเมินเศรษฐกิจไปในทิศทางใด

ทั้งนี้ ภาพที่ได้จากการประเมินน่าจะออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ค่อนข้างต่อเนื่อง ดังนั้นผู้ประกอบการควรจะให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากน่าจะเห็นความผันผวนเพิ่มมากขึ้น และหากการประมาณการภาพเศรษฐกิจออกมาดีมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้ ทำให้เงินเหรียญสหรัฐอยู่ในแนวโน้มที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ทั่วโลก และควรติดตามดูตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ และการสร้างบ้านใหม่ของสหรัฐด้วย

สำหรับประเด็นในประเทศจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งคาดว่า กนง.น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับเดิมตามคาด แต่คงต้องดูว่า กนง.จะมีการประเมินภาพเศรษฐกิจในระยะต่อไปอย่างไร โดยสัปดาห์ที่ผ่านมามีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจไม่มากนัก แต่การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะนักลงทุนกลับมาคาดการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงินของสหรัฐที่เร็วขึ้นกว่าเดิมอีกครั้ง

ในช่วงต้นสัปดาห์ บทความจากนักเศรษฐศาสตร์ของเฟด สาขาซานฟรานซิสโก บ่งชี้ว่านักลงทุนในตลาดอาจให้น้ำหนักการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่น้อยเกินไป เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่เฟดพยายามสื่อสารกับตลาดผ่าน Forward Guidance ดูเหมือนว่านักลงทุนจะประมาณการว่าเฟดจะขึ้นอัตราได้ไม่มากและขึ้นได้ช้า บทความดังกล่าวทำให้นักลงทุนเริ่มตระหนักว่าตนเองอาจให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ยที่น้อยเกินไปจริงๆ จึงเห็นการปรับพอร์ตการลงทุนเพิ่มเติม และเห็นแรงเข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้สกุลเงินอื่น ๆ โดยรวมทั่วโลกต้องอ่อนค่าลง

ค่าเงินบาทช่วงต้นสัปดาห์เปิดตลาดแข็งค่าขึ้นมากจากปลายสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 31.88 จากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐออกมาแย่กว่าการคาดการณ์มาก จากนั้นเงินบาทก็อ่อนค่าและไต่เหนือระดับ 32 ตลอดทั้งสัปดาห์ และแตะระดับสูงสุดรอบสัปดาห์ที่ 32.22 คิดเป็นการอ่อนค่าประมาณ 1% ปลายสัปดาห์ปิดตลาดที่ระดับ 32.18 (ณ วันศุกร์ เวลา 18.00 น.)

ขณะที่ค่าเงินยูโรและเงินเยนปรับอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบเหรียญสหรัฐ เนื่องจากความอ่อนแอของเศรษฐกิจทั้งสอง และปัญหาของทั้งสองประเทศที่ยังมีอยู่มาก ทำให้มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางทั้งสองต้องออกมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกในระยะต่อไป และวิธีที่ออกมาก็คงหนีไม่พ้นการพิมพ์เงินเหมือนเช่นเคย ค่าเงินยูโร เปิดตลาดระดับ 1.2942 และยังเห็นแรงกดดันให้อ่อนค่าอยู่ แม้ว่าการปรับอ่อนค่าจะชะลอลงจากสัปดาห์ก่อนที่ร่วงลงจากระดับ 1.31 มาอยู่ที่ 1.29 ในสัปดาห์นี้ เงินยูโรลงไปแตะรับต่ำสุดที่ 1.2858 ตามบทความของเฟดช่วงต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ดี ช่วงปลายสัปดาห์ เงินยูโรรีบาวด์ได้เล็กน้อยตามการรายงานข้อมูลการขอเข้ารับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ ที่ออกมาแย่กว่าคาดการณ์ ทำให้มีแรงขายเงินดอลลาร์และกลับเข้าซื้อยูโรบ้าง โดยค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1.2925 (ณ วันศุกร์ เวลา 18.00 น.) ขณะที่ค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 105.07 อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจาก Theme การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ และการที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นดูอ่อนแอมาก หลังจากที่การประกาศ GDP ญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 2 ของปี 2014 ออกมาหดตัวมากที่สุดในรอบ 5 ปี โดยหดตัวถึง 7.1% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนใหญ่แล้วเป็นผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีการบริโภคตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งทำให้รัฐบาลกล่าวว่าน่าจะต้องมีการประเมินภาวะเศรษฐกิจต่อไป เพื่อดูว่าควรจะมีการปรับภาษีการบริโภคเพิ่มขึ้นจาก 8% เป็น 10% อีกหรือไม่ ประเด็นทั้งจากสหรัฐฯ และภายในประเทศญี่ปุ่นเอง ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว และปลายสัปดาห์เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 107.16 (ณ วันศุกร์ เวลา 18.00น.)

ด้านเงินทุนไหลเข้า สัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นช่วงปลายสัปดาห์ โดยเฉพาะจากตลาดพันธบัตร เนื่องจากนักลงทุนต้องการรอดูสถานการณ์จากการประชุมของเฟดในสัปดาห์นี้ก่อน โดยเห็นแรงขายมากถึง 1.6 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่นั้นเป็นพันธบัตรรยะสั้นมากกว่า จากการเข้ามาลงทุนเพิ่มเก็งกำไรด้านอัตราแลกเปลี่ยน แต่ถึงต่างชาติจะขายบ้าง แต่ก็ไม่ได้กดดันให้ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับสูงได้มากนัก เนื่องจากยังมีแรงสนับสนุนของนักลงทุนไทยอยู่ขณะที่ในตลาดหุ้นกู้นั้น ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีปริมาณการซื้อขายลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าค่อนข้างมาก โดยมีปริมาณการซื้อขายในตลาดรองเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 1.58 พันล้านบาท แต่อัตราดอกเบี้ยก็ยังสามารถปรับลดลงได้เล็กน้อยทุกช่วงอายุตราสาร สำหรับในตลาดแรก ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการออกเสนอขายหุ้นกู้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อันดับเครดิต BBB+ โดยขายให้กับผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ลงทุนสถาบัน อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.70% จำนวน 800 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท