
สรรพากรไม่รีบตัดสิทธิLTF
ประชาชนที่มีการลงทุนและออมเงินผ่านกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ)
ประชาชนที่มีการลงทุนและออมเงินผ่านกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2.4 แสนล้านบาท โล่งใจไปเปราะหนึ่งเมื่อนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า สิทธิประโยชน์ทางภาษีของแอลทีเอฟยังเหลือระยะเวลาในการพิจารณาอีก 2 ปี จึงยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ว่าจะยกเลิกไปหรือไม่ และผู้ลงทุนยังสามารถลงทุนได้จนถึงปี 2559
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต้องการให้ภาครัฐยังคงสิทธิประโยชน์ภาษีสำหรับการลงทุนในกองทุนแอลทีเอฟต่อไป เพื่อเป็นการสนับสนุนให้มนุษย์เงินเดือนกลุ่มชนชั้นกลางของประเทศได้มีช่องทางในการออมเงินเพื่อใช้หลังเกษียณ นับเป็นการลดภาระให้กับภาครัฐในการดูแลผู้ชราภาพในอนาคต
ปัจจุบันขนาดกองทุนแอลทีเอฟมีจำนวนสูงถึง 2.4 แสนล้านบาท แต่มาจากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น และเหลือเม็ดเงินที่มาจากผู้ออมประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท ดังนั้นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ภาครัฐมอบให้กับกองทุนแอลทีเอฟไม่ได้สูง
บ้านปูชนะคดีงานทวี
นางสมฤดี ชัยมงคล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท บ้านปู (BANPU) เปิดเผยว่า ศาลแพ่งมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2557 ที่ผ่านมา ยกฟ้องบริษัท บริษัทย่อย และผู้บริหาร ในคดีที่นายศิวะ งานทวี และพวก เป็นโจทก์ฟ้อง กรณีสัมปทานเหมืองถ่านหิน รวมทั้งรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์ที่เมืองหงสา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ทั้งนี้ ศาลให้เหตุผลว่า บริษัทกระทำการโดยสุจริตทั้งก่อนและหลังการเข้าทำสัญญาร่วมพัฒนาโครงการ และบริษัทไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ แต่ฝ่ายโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเอง ดังนั้นเมื่อศาลให้ยกฟ้องในคดีดังกล่าว กลุ่ม BANPU จึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามคำฟ้องของโจทก์ตามที่ศาลชั้นต้นเคยพิพากษาไว้ อีกทั้งไม่ต้องส่งมอบเอกสารข้อมูลสัมปทานเหมืองถ่านหิน รวมทั้งรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์ที่ เมืองหงสาให้กับโจทก์ด้วยและค่าฤชาธรรมเนียมด้วย
อย่างไรก็ตาม กลุ่มงานทวีสามารถยื่นต่อศาลฎีกา เพื่อคัดค้านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน หลังจากนี้ และหากยังไม่เพียงพอก็สามารถขยายเวลาได้อีก 30 วัน
ชี้ 42 บจ. mai เสี่ยง
นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน mai จำนวน 42 บริษัท เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดมีอัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) เฉลี่ยสูงถึง 77 เท่า ทั้งนี้แบ่งเป็นบริษัทจำนวน 27 แห่ง ผลประกอบการขาดทุน ส่วนอีก 15 บริษัท มีค่าพี/อีสูงเกินกว่า 30 เท่า และอัตราราคาเทียบกับมูลค่าทางบัญชี (พี/บีวี) เกิน 5 เท่า
จากข้อมูลดังกล่าว ไม่ได้บอกว่าราคาหุ้นใน 42 บจ.เหล่านั้นถูกหรือแพง แต่ต้องการจะสื่อสารให้ผู้ลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น เพราะหุ้นบางตัวมีผลขาดทุนแต่ราคากลับขึ้นสูง เช่น หุ้นบริษัท ไดเมท (สยาม) หรือ DIMET เพิ่มขึ้นถึง 200%
สิงคโปร์แข่งหุ้นไทย
ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) ได้ประกาศปรับลดจำนวนขั้นต่ำในการซื้อขายหุ้น (บอร์ดล็อต) จาก 1,000 หุ้น ลงเหลือ 100 หุ้น เท่ากับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป สะท้อนภาพการปรับตัวของ SGX ภายหลังจากมูลค่าการซื้อขายของ SGX ต่ำกว่าตลาดหุ้นไทย
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ทาง SGX ลดบอร์ดล็อต คาดว่าต้องการกระตุ้นการซื้อขายในส่วนของผู้ลงทุนรายบุคคล เพราะในระยะหลังสัดส่วนของผู้ลงทุนกลุ่มนี้ในทางตลาดหุ้นสิงคโปร์ลดลงโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม ที่มีข่าวออกมาโดยตลอดว่าทางตลาดหุ้นสิงคโปร์มาชักชวน บจ.ของไทย ไปซื้อขายยังตลาดหุ้นสิงคโปร์นั้น นางเกศรา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่มีให้เห็นโดยตลอด แต่มองว่าความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยดีกว่า อัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) ดีกว่า และธุรกิจของ บจ.อยู่ในประเทศไทย ทำให้มีความใกล้ชิดกับผู้ลงทุนมากกว่า
ต่างชาติเริ่มขายหุ้นไทย
ภาพรวมการซื้อขายตลาดหุ้นไทยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นับว่าปรับตัวดีกว่าตลาดหุ้นต่างประเทศ เพื่อรอดูการแถลงนโยบายของรัฐบาลใหม่ แต่นักลงทุนต่างชาติเริ่มมีการขายหุ้นไทยออกมาวันละ1,000 ล้านบาทเศษ ตามทิศทางการลงทุนของตลาดหุ้นต่างประเทศจากความกังวลว่าดอกเบี้ยของสหรัฐอาจมีการปรับตัวขึ้น ปิดท้ายสัปดาห์ดัชนีอยู่ที่ 1,581.36 จุด ส่วนตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมามียอดขายสุทธิ 1.3 หมื่นล้านบาท กดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวแตะ 32.20 บาท/เหรียญสหรัฐ และน่าจะเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) จะมีการประชุมในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้ คาดว่าจะตัดลดคิวอีลงอีก 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เหลือ 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/เดือน และจะตัดลดวงเงินก้อนสุดท้ายจนหมดในการประชุมวันที่ 2829 ต.ค. 2557







