
กาญจนบุรีประตูสู่เพื่อนบ้าน
เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ผมไปร่วมวงเสวนา “จุดพลังความคิด เพิ่มโอกาสธุรกิจ พิชิตตลาด AEC” ที่ จ.กาญจนบุรี จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เลยได้รับฟังเรื่องการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของจังหวัด แลกเปลี่ยนข้อมูลกับนักธุรกิจ และได้ขับรถไปสำรวจเส้นทาง และจุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน แน่นอนเราคงไม่หยุดไว้แค่เมียนมาร์ แต่เรากำลังพูดถึงท่าเรือน้ำลึกและโครงการทวาย ซึ่งจะเป็นประตูไปสู่อินเดียทางตะวันออก รวมทั้งระบบถนนในเมียนมาร์ก็ยังมีศักยภาพไปถึงจีนด้วย วันนี้ผมจะเล่าให้ฟังว่า กาญจนบุรีเตรียมการเป็นประตูสู่เมียนมาร์ไปมากน้อยเพียงใดแล้วครับ
เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ผมไปร่วมวงเสวนา “จุดพลังความคิด เพิ่มโอกาสธุรกิจ พิชิตตลาด AEC” ที่ จ.กาญจนบุรี จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เลยได้รับฟังเรื่องการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของจังหวัด แลกเปลี่ยนข้อมูลกับนักธุรกิจ และได้ขับรถไปสำรวจเส้นทาง และจุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน แน่นอนเราคงไม่หยุดไว้แค่เมียนมาร์ แต่เรากำลังพูดถึงท่าเรือน้ำลึกและโครงการทวาย ซึ่งจะเป็นประตูไปสู่อินเดียทางตะวันออก รวมทั้งระบบถนนในเมียนมาร์ก็ยังมีศักยภาพไปถึงจีนด้วย วันนี้ผมจะเล่าให้ฟังว่า กาญจนบุรีเตรียมการเป็นประตูสู่เมียนมาร์ไปมากน้อยเพียงใดแล้วครับ
เส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปกาญจนบุรีที่เราคุ้นชินคือ กทม.นครปฐมบ้านโป่งท่ามะกาท่าม่วงกาญจนบุรี ซึ่งหลายๆ คนบ่นเรื่องรถติดรถบรรทุกเยอะ ปัจจุบันอีกเส้นทางหนึ่งซึ่งไปมาสะดวกอย่างยิ่งนั่นคือ จากบางใหญ่ใช้ถนนบางบัวทองสุพรรณบุรี ไปเลี้ยวซ้ายที่แยกนพวงศ์ใช้ถนนหมายเลข 346 ผ่านกำแพงแสนพนมทวน เข้ากาญจนบุรี ปัจจุบันเป็นถนน 4 ช่องจราจร ทางเรียบและใช้ความเร็วสูงได้
แต่ในอนาคตเรากำลังรอโครงการทางหลวงพิเศษ หรือ Motor Way สายใหม่ บางใหญ่กาญจนบุรี ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการสำรวจที่ดินเพื่อประเมินมูลค่าการเวนคืน รวมทั้งเลือกแนวเส้นทางที่จะก่อสร้าง Motor Way สายนี้ ซึ่งนักธุรกิจท้องถิ่นใน จ.กาญจนบุรี มองว่าถ้าเข้าตัวจังหวัดทางด้านเขาชนไก่ จะทำให้ต้นทุนการก่อสร้างเส้นทางสายนี้ลดลง เนื่องจากเป็นพื้นที่ของทหาร ทำให้การเวนคืนทำได้ง่ายและต้นทุนต่ำกว่า
เส้นทางจากกาญจนบุรีไปสู่ชายแดนไทยเมียนมาร์ ใช้เส้นกาญจนบุรี ไทรโยค จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปทาง อ.บ้านเก่า จากนั้นวิ่งจาก อ.บ้านเก่าสู่จุดผ่านแดนถาวร บ้านพุน้ำร้อน ซึ่งปัจจุบันกำลังขยายแนวถนนเป็น4 ช่องจราจร ระยะทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีถึงด่านพุน้ำร้อนเพียง 68 กิโลเมตร เดินทางไปมาสะดวกอย่างยิ่ง ผมเดินทางในวันฝนตกใช้เวลาไม่ถึง 45 นาทีก็มาถึงชายแดนแล้วครับ ปัจจุบันที่ด่านชายแดนยังไม่มีการค้าที่คึกคักมากนัก สินค้าส่วนใหญ่ที่ขนส่งข้ามชายแดนเข้าไปขายในฝั่งเมียนมาร์เป็นผักและผลไม้ ซึ่งพ่อค้าไทยไปรวบรวมจากตลาดไท ราชบุรี และนครปฐม
เมื่อถึงด่านชายแดนก็เปลี่ยนทะเบียนรถเพื่อใช้ทะเบียนรถของเมียนมาร์ข้ามชายแดนเข้าไปเมืองทวายและเมืองเย รถกระบะที่วิ่งต้องเป็นรถกำลังดีๆ นะครับ เพราะในฝั่งเมียนมาร์ยังเป็นถนนลูกรังบดอัดวิ่งได้ตลอดปี แม้ในฤดูฝน ระยะทาง 145 กิโลเมตรจากพุน้ำร้อนถึงทวาย แต่เป็นทางเขาสูงชัน โดยเฉพาะในช่วงยอดช้างร้อง ตลอดเส้นทางโดยเฉพาะในบริเวณด่านชายแดนมีป้ายโครงการพัฒนาถนน เขตเศรษฐกิจพิเศษ และท่าเรือน้ำลึก ในโครงการทวายของบริษัท อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ให้เห็นเป็นระยะๆ
เมื่อสอบถามจากคนขับรถซึ่งขับรถในเส้นทางนี้ทุกวันว่า โครงการถนนคอนกรีตที่ทาง ITD ระบุไว้บนแผ่นป้ายโฆษณาจะเสร็จในปี 2558 ตามกำหนดหรือไม่ คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่ไปในทิศทางเดียวกัน คือ ถนนจะเริ่มพัฒนาจากทางทวายก่อน แล้วจึงขยายมาเรื่อยๆ จนถึงประเทศไทย จากสภาพปัจจุบันและวิธีการทำงานในปัจจุบัน คนขับรถส่งของที่มีโอกาสสัมภาษณ์จำนวน 7 ราย บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า อีก810 ปี ถึงจะเสร็จสมบูรณ์
บริเวณชายแดนมีร้านรวงต่างๆ เขียนป้ายเป็นภาษาพม่า มีร้านขายหมาก ผู้คนเริ่มนุ่งลองจี หรือผ้าโสร่งกันมากขึ้น มีป้ายโฆษณาโรงแรมที่เมืองทวายให้เห็นทั่วไป มีบริการรถตู้ท่องเที่ยวจากพุน้ำร้อนไปค้างคืนที่เมืองทวาย 1 คืน ในสนนราคาประมาณ 1.5 หมื่นบาท ปกติถ้าจะเข้าเมียนมาร์เพื่อการท่องเที่ยวเราต้องขอ Visa ครับ แต่ถ้าจะเดินทางไปเมืองทวายแล้วไม่ได้ขอวีซ่ามาล่วงหน้าก็สามารถใช้บัตรประชาชนมาขอทำบัตรผ่านแดนหรือ Border Pass ได้ครับ โดยจะเดินทางอยู่ในเมียนมาร์ได้ไม่เกิน 7 วัน ด่านชายแดนฝั่งไทย ที่ทำการสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ของทางเมียนมาร์ยังเป็นด่านชั่วคราวครับ
เมื่อจะขับรถกลับออกจากด่านทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าในอนาคต เชื่อเหลือเกินว่าบริเวณนี้จะกลายเป็นจุดผ่านแดนที่คึกคัก อาจจะคล้ายๆ แม่สอด หรือแม่สาย แต่ตอนนี้บริการประเภทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำการค้า การเดินทางไปมาค้าขายในบริเวณนี้ยังขาดอยู่มากครับ
ยกตัวอย่างเช่น บริเวณนี้ยังมีสถานีบริการน้ำมันเพียงแห่งเดียวเท่านั้นครับ ตู้กดเงิน ATM ก็ยังไม่เห็น เข้าใจว่ายังมีโอกาสทางธุรกิจและการค้าอีกมากในพื้นที่นี้ครับ แต่ต้องรออนาคตนะครับ เพราะปัจจุบันในพื้นที่นี้การค้าการลงทุนก็ยังไม่คึกคักมากนัก ตอนต่อไปผมจะมาเล่าให้ฟังต่อถึงสถานะปัจจุบันของเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งของฝั่งไทยและฝั่งเมียนมาร์ โดยเฉพาะเรื่องของโครงการทวายครับ







