posttoday
ศาสนา-ภาษา-ผู้นำชุมชน แกนหลักอยู่ร่วมแบบหลากหลาย

ศาสนา-ภาษา-ผู้นำชุมชน แกนหลักอยู่ร่วมแบบหลากหลาย

12 กันยายน 2557

การอยู่ร่วมกันบนความหลากหลาย นับเป็นปัจจัยพื้นฐานของการใช้ชีวิต การทำงานในสังคม

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

การอยู่ร่วมกันบนความหลากหลาย นับเป็นปัจจัยพื้นฐานของการใช้ชีวิต การทำงานในสังคม เป็นรากสู่ความสำเร็จทั้งทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ แต่ในยุคที่อาเซียนกำลังจะหลอมรวมเป็นประชาคม ดูเหมือนความหลากหลายดังกล่าวยังไม่หมดไป

โสภนา ศรีจำปา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล บอกเล่าในงานสัมมนา “อยู่ร่วม อยู่รอด บนฐานวัฒนธรรม” ว่า ปัจจุบันอาเซียนยังประสบปัญหาการยอมรับความแตกต่างและหลากหลายทางวัฒนธรรม แม้กระทั่งภายในประเทศของตัวเอง เช่น มาเลเซีย จะมีการให้สิทธิพิเศษต่างๆ แก่ผู้ที่เป็น “ภูมิบุตร” ซึ่งเป็นชาวเผ่าดั้งเดิมของคาบสมุทรมลายู ทำให้นโยบายทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจที่ออกมาเอื้อต่อชาวมุสลิมดั้งเดิมในมาเลเซียเท่านั้น

“ผู้ที่เสียประโยชน์คือชาวจีนซึ่งมีมากถึง 7 ล้านคน และชาวอินเดียอีก 2.6 ล้านคนในมาเลเซีย กลุ่มคนสองกลุ่มนี้ถูกปฏิบัติเหมือนคนอีกระดับหนึ่ง”

แม้กระทั่งชาวมาเลเซียเชื้อสายสยามเอง ตอนแรกก็ถือเป็นกลุ่มที่น่าสงสารในสังคม แต่ต่อมาชาวมาเลเซียเชื้อสายสยามได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มภูมิบุตรด้วย ที่สำคัญคนกลุ่มดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากภาคเอกชนต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์มากขึ้น เพราะสามารถพูดได้ถึง 3 ภาษา คือ ไทย มาเลเซีย และอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม ชาวจีนในมาเลเซียก็พยายามปรับตัวจนมีพลังมากขึ้นในสังคมมาเลเซีย สังเกตได้ว่าชาวจีนเริ่มเข้ามาสู่เวทีการเลือกตั้งของมาเลเซียบ้างแล้ว นอกจากนี้ยังมีเปิดโรงเรียนสอนภาษาจีนจนเป็นที่ยอมรับมากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ สังคมอาเซียนที่ดีจำเป็นต้องปรับทัศนคติ ยอมรับความแตกต่างระหว่างกัน แม้กระทั่งผู้ที่นับถือศาสนาต่างกันภายในประเทศเดียวกัน ก็ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันมากขึ้น ปรับใช้ความหลากหลายเป็นแกนขับเคลื่อนประเทศ

“อาเซียนต้องเริ่มจากดูแลคนในประเทศตัวเองให้เรียบร้อยก่อน ปัจจุบันอย่างเช่นไทยก็ยังไม่ค่อยยอมรับแรงงานข้ามชาติ เราต้องเคารพซึ่งกันและกัน เปิดใจให้กว้าง สนับสนุนให้มีปฏิสัมพันธ์กัน ให้อาเซียนเป็นทั้งจิตนิยมและสุขนิยม”

ด้าน นรเศรษฐ์ พิสิฐพันพร นักวิจัยโครงการผู้นำท้องถิ่นในบทบาทสานความสัมพันธ์ระหว่างไทยกัมพูชา เสริมถึงเรื่องราวในกัมพูชาว่า ครั้งหนึ่งในการพบปะระหว่างคณะชาวไทยกับภาครัฐของจังหวัดอุดรมีชัยของกัมพูชา บรรยากาศในช่วงแรกเข้าข่าย “แย่มาก” ต้องใช้ล่ามในการสื่อสารระหว่างชาวไทยและกัมพูชา แต่เมื่อมีคนในวงพบปะพูดภาษาของอีกฝ่ายขึ้นมา บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปทันที

“การรู้ภาษาของเพื่อนบ้านจึงเป็นเรื่องสำคัญมากในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพราะช่วยให้มีความรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น ช่วยให้บรรยากาศการอยู่ร่วมกันดีขึ้นตามไปด้วย”

นอกจากนี้ ผู้นำชุมชนถือเป็นจุดแข็งในการอยู่ร่วมกันระหว่างชาวไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะบริเวณชายแดน ผู้นำที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องชายแดนเป็นพิเศษ จะช่วยให้บรรยากาศการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายเป็นไปได้ง่ายและเรียบร้อยขึ้น

เขาเสริมว่า หากจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างกลมกลืน ต้องอาศัยความร่วมมืออีก 2 ส่วน ได้แก่ 1.โครงสร้างรัฐในชุมชนท้องถิ่น หากภาครัฐในชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง เข้ามาช่วยส่งเสริมการอยู่ร่วมกันก็จะช่วยแก้ปัญหาได้ และ 2.การกระจายข้อมูลข่าวสารที่ดีผ่านเครือข่ายชุมชน เช่น การบอกเล่าเรื่องราวการไปดูงานในกัมพูชาให้คนในพื้นที่ได้ฟัง

“การจะอยู่ร่วมกันภายใต้ความหลากหลายบนพรมแดนที่ติดกัน ต้องสร้างชุมชนที่ปรารถนาดีต่อกัน ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ลบรอยบาดหมางในใจ ชุมชนถึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน”

ด้าน ทองด้วง แย้มนาม ผู้นำท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ บอกว่า ก่อนหน้าไทยและกัมพูชาจะมีความขัดแย้งกรณีเขาพระวิหาร ชาวไทยกัมพูชาสามารถข้ามไปมาหากันเสมือนไม่มีพรมแดนกั้น จากนั้นนโยบายชายแดนก็ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของผู้นำสองชาติ ผู้ที่จะข้ามไปมาหาสู่ไทยกัมพูชา จึงต้องหลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่องที่จะเป็นปมขัดแย้งหรือทำให้เขาไม่พอใจ เช่น เรื่องเขาพระวิหาร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท