
แนะเสริมแข่งขันรายย่อยจีน
เอสเอ็มอีต้องทัดเทียมกับเอสโออีจัดการกับบริษัทรัฐที่ด้อยคุณภาพ
เอสเอ็มอีต้องทัดเทียมกับเอสโออีจัดการกับบริษัทรัฐที่ด้อยคุณภาพ
กูรูแนะ รัฐบาลจีนควรเร่งให้รายย่อยมีศักยภาพการแข่งขันทัดเทียมกับบริษัทของรัฐ
แอนดริว แบทสัน ผู้อำนวยการกาเวคัล ดราโกโนมิกส์ หน่วยวิจัยการตลาดและเศรษฐกิจจากบริษัทให้คำปรึกษาทางด้านการลงทุนในสหรัฐ แสดงความคิดเห็นผ่านวอลสตรีท เจอร์นัล ระบุว่า การใช้แต่ธุรกิจขนาดเล็กในการดึงเศรษฐกิจจีนที่กำลังอ่อนแอให้เติบโตอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ โดยควรที่จะทำให้ธุรกิจรายย่อยเหล่านี้มีศักยภาพการแข่งขันทัดเทียมกับบริษัทที่มีรัฐบาลเป็นเจ้าของ (เอสโออี) ด้วย
ในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจขนาดเล็กในแดนมังกรได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นในการจัดตั้งธุรกิจ จากกฎระเบียบที่ลดน้อยลงและการเข้าถึงสินเชื่อที่มากขึ้น ซึ่งเป็นนโยบายหนึ่งของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ที่ได้ส่งผลให้อัตราการเกิดของธุรกิจใหม่นั้นเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 10 ปี
อย่างไรก็ตาม การก่อตั้งธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากก็ไม่ได้แปลว่าจะส่งผลดีเสมอไป เพราะธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่แข็งแกร่งเพียงพอ และในที่สุดกิจการต้องปิดลง ก็กระทบต่อการจ้างงานเช่นกัน ดังนั้นแล้วการก่อตั้งธุรกิจจำนวนมากก็ไม่ได้เป็นการยืนยันถึงความมั่งคั่งของประเทศ
แบทสัน ระบุต่อไปว่า ธุรกิจขนาดเล็กนั้นจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจก็ต่อเมื่อธุรกิจประสบความสำเร็จในการแข่งขันกับธุรกิจที่มีอยู่ในตลาดอยู่แล้ว ที่จะผลักดันให้ผู้ครองตลาดอยู่เดิมมีการพัฒนาตัวสินค้ามากขึ้นเช่นกัน ซึ่งกระบวนการเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทางการเปิดให้มีธุรกิจผู้เข้าแข่งขันมากขึ้น และให้ธุรกิจที่ขาดศักยภาพในการแข่งขันออกจากตลาดได้ง่ายมากขึ้น
ผู้อำนวยการกาเวคัล ดราโกโนมิกส์ จึงระบุว่า หากทางการกรุงปักกิ่งต้องการช่วยภาคเอกชน ธุรกิจขนาดเล็กจริง ทางการควรจะจัดการกับบรรดาเอสโออีที่ขาดประสิทธิภาพทั้งหลาย ซึ่งบางมณฑลก็ได้เริ่มเดินทางยกเครื่องเอสโออีในท้องถิ่นจำนวนหนึ่ง ส่วนทางรัฐบาลกลางก็ให้บริษัทขนาดใหญ่เข้าสู่การปรับโครงสร้างแล้ว
กระนั้นก็ตาม ในขณะนี้ทางการจีนกลับใช้กฎหมายต่อต้านการผูกขาดกับบรรดาบริษัทข้ามชาติหลายๆ บริษัทแทนที่จะจัดการกับบริษัทที่ผูกขาด ซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าของ ขณะเดียวกันความอดทนที่จะปล่อยให้ภาคธุรกิจล้มของจีนนั้นยังอยู่ในระดับต่ำ โดยในปีนี้ทางการจีนได้ช่วยไม่ให้หลายๆ บริษัทผิดนัดชำระหนี้และล้มละลายไปแล้ว







