
บริหารธุรกิจฉบับ"เจ๊เล้ง"เกาะเทรนด์กำเงินสดลงทุน
ในช่วง 8 เดือนแรกที่ผ่านมา ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคค่อนข้างได้รับผลกระทบ
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ในช่วง 8 เดือนแรกที่ผ่านมา ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคค่อนข้างได้รับผลกระทบ จากอัตราเติบโตลดลงไปไม่ต่ำกว่า 20% เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน จากหลายปัจจัยลบที่กระทบบรรยากาศกำลังซื้อผู้บริโภคในภาพรวมที่ชะลอการจับจ่ายสินค้าออกไป
ทว่าธุรกิจร้านค้าปลีก “เจ้เล้ง พลาซ่า” ดอนเมือง กลับสวนทางโดยได้รับผลกระทบด้านยอดขายไม่มากนัก ด้วยยังมีฐานลูกค้าประจำที่เข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าในร้านเฉลี่ยต่อวันไม่ต่ำกว่า 1,000 คนทีเดียวอารียฉัตร อภิสิทธิ์อมรกุล หรือ “เจ้เล้ง” บอกว่ามาจากการปรับตัวของธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาบวกกับ “เซนส์” ทางการตลาดที่คลุกคลีในแวดวงค้าปลีกสินค้าอุปโภคและบริโภคมานานร่วม 14 ปี ซึ่งเป็นอายุกิจการร้านเจ้เล้ง ดอนเมืองในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นเจ้าของร้านจะต้องหมั่นคอยสังเกตพฤติกรรมลูกค้าในปัจจุบันเช่นกันว่ามีความชอบหรือไม่ชอบสินค้าประเภทใดที่อยู่ในกระแสความนิยมในขณะนี้
ขณะเดียวกัน หลังจากที่สนามบินดอนเมืองเปิดให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์ แอร์ไลนส์ ส่งผลให้เศรษฐกิจการค้าขายย่านดอนเมืองกลับมาคึกคักมากขึ้นกันอีกครั้ง โดยร้านเจ้เล้งมีลูกค้าเข้ามาจับจ่ายซื้อของกันมากขึ้น และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทําให้ยอดขายขยับขึ้น ประกอบกับการเลือกสินค้านําเข้ามาขายของเจ้เล้งไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ จึงทําให้มีลูกค้ารายใหม่ๆ เข้ามาเป็นลูกค้าประจําเพิ่มขึ้น ในขณะที่ลูกค้าที่อยู่กับร้านมานานก็ยังคงมาจับจ่ายซื้อของ
นอกจากความหลากหลายของสินค้าที่เข้าถึงผู้บริโภคแล้ว ทางร้านยังได้ปรับกลยุทธ์ โดยเน้นสินค้าคุณภาพที่ราคาไม่แพงมากจากทุกประเทศทั่วโลก โดยสินค้าที่ทําตลาดได้ดีมาเป็นเวลาถึง 10 กว่าปี จะเป็นสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น ทั้งเครื่องสําอางและขนม โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นขนมจนถึงปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมและขายดีเป็นอันดับหนึ่งของร้านเจ้เล้ง ได้แก่ สินค้าในกลุ่มชาเขียวทั้งหมด แต่ถ้าเป็นสินค้าในกลุ่มเครื่องสําอาง หรือสินค้าเพื่อสุขภาพในอดีตเจ้เล้งก็จะเน้นสินค้าของญี่ปุ่น เกาหลี ซึ่งก็ทําตลาดได้ดี
แต่ปัจจุบันเทรนด์การเลือกใช้สินค้าของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปมากจะเน้นไปที่กลุ่มสินค้าที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติหรือสินค้าออร์แกนิกมากขึ้น ดังนั้นร้านเจ้เล้งจึงได้คัดสรรสินค้าในกลุ่มนี้จากเดิมที่เป็นประเทศญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ มาเป็นสินค้าในประเทศแถบยุโรปตะวันตกและยุโรปตะวันออกมา ซึ่งมีสินค้าในกลุ่มนี้ค่อนข้างหลากหลายที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ได้แก่ สินค้าจากประเทศออสเตรเลีย อิตาลี และสเปน เป็นต้น โดยเป็นสินค้าประเภทเครื่องสําอาง และสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจําวันทั่วไป
แต่ถ้าเป็นสินค้าเครื่องสําอางที่ขายดีติดอันดับในร้านเจ้เล้งขณะนี้ เป็นสินค้าจากประเทศสเปนที่มีส่วนผสมจากน้ำมันมะกอกเป็นสินค้าที่ขายดีมาก โดยถ้าเป็นสินค้าทั่วไปสินค้าจากประเทศอิตาลี ประเภทยาสีฟัน เจลอาบน้ำกลิ่นหอมต่างๆ ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นกัน
นอกจากการปรับตัวของร้านเจ้เล้ง ภายใต้สถานการณ์ต่างๆ แล้ว ยังทําให้เจ้เล้งมองเทรนด์การเลือกนําเข้าสินค้าได้ตรงกับความต้องการของตลาดในประเทศไทยอยู่เสมอมา จากเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมาทางร้านเป็นผู้นําเข้าสินค้าญี่ปุ่นเป็นรายแรกๆ และขณะนั้นถือว่าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นคนไทยเข้าถึงได้น้อย จึงทําให้ร้านเจ้เล้งทําตลาดสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นได้ดี แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปสินค้าญี่ปุ่นมีการนําเข้ากันเยอะ ประกอบกับการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นง่ายขึ้นไม่ต้องขอวีซ่าทําให้การเข้าถึงสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมีมากขึ้น
ดังนั้น เมื่อเทรนด์ญี่ปุ่นกําลังจะไป ร้านเจ้เล้งก็นําเทรนด์ใหม่ขยายฐานประเทศที่จะนําเข้าสินค้าไปเป็นประเทศในแถบยุโรปตะวันตกและตะวันออก ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มธรรมชาติที่มีคุณภาพและราคาก็ไม่ได้แพงมากนัก ซึ่งก็กําลังเป็นที่นิยมของลูกค้าคนไทยและประเทศเพื่อนบ้านอยู่ในขณะนี้เป็นอย่างมาก
อารียฉัตร เสริมว่า จากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ในปี 2558 นี้ ร้านเจ้เล้งมองว่าจะได้ประโยชน์จากตรงนี้เป็นอย่างมากเพราะการเดินทางเข้าออกที่สะดวกน่าจะทําให้ประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาจับจ่ายซื้อของในประเทศไทยกันมากขึ้น เช่นเดียวกับร้านเจ้เล้งที่ปัจจุบันลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านก็นิยมและชื่นชอบสินค้าในร้านเจ้เล้ง ทั้งที่เป็นสินค้าโลโก้และสินค้านําเข้าอยู่แล้ว คาดว่าน่าจะต่อยอดธุรกิจให้เติบโตมั่นคงมากยิ่งขึ้นด้วย
พร้อมกันนี้ ยังเตรียมงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ค้าปลีกชุมชน(คอมมูนิตี้ มอลล์) เจ้เล้ง พลาซ่า สาขา 2 บนพื้นที่ 1 ไร่ครึ่ง ในทำเลย่านสนามบินสุวรรณภูมิ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการออกแบบโครงการ(แลนด์ สเคป) คาดได้ข้อสรุปพร้อมก่อสร้างราวปีหน้า ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นอีกส่วนหนึ่งของธุรกิจอสังหาฯ ที่เจ้เล้งทำมาก่อนหน้าพอสมควรนอกเหนือจากธุรกิจค้าปลีก
“ถ้าเรามีโอกาสขยายกิจการหรือทำธุรกิจอะไรได้ก็จะลงมือทันที อย่างอสังหาริมทรัพย์ มองว่าเป็นการทำอะไรที่แตกต่าง ไม่ซ้ำซากโดยปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจค้าปลีกและอสังหาฯเท่ากันแล้ว 50” อารียฉัตร กล่าว
ขณะที่อีกหนึ่งเคล็ดลับในการทำธุรกิจที่เป็นสไตล์เฉพาะเจ้เล้ง คือ ใช้เงินสดลงทุนธุรกิจเท่านั้น เพื่อความสบายใจในการบริหารกิจการ โดยไม่ต้องกังวลกับภาระหนี้หรืออัตราดอกเบี้ยที่พอกพูนขึ้นในอนาคต







