
จี้รัฐคิดให้ดีเลิกLTFหาวิธีออมรับเกษียณ
ตลาดทุนค้านเลิกสิทธิภาษีแอลทีเอฟ ชี้ข้อดีเพียบ มูลค่า 2.4 แสนล้านมีที่มา
ตลาดทุนค้านเลิกสิทธิภาษีแอลทีเอฟ ชี้ข้อดีเพียบ มูลค่า 2.4 แสนล้านมีที่มา
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ต้องการให้ภาครัฐยังคงสิทธิประโยชน์ภาษีสำหรับการลงทุนในกองทุนแอลทีเอฟต่อไป เพื่อเป็นการสนับสนุนให้มนุษย์เงินเดือนกลุ่มชนชั้นกลางของประเทศได้มีช่องทางในการออมเงินเพื่อใช้หลังเกษียณ นับเป็นการลดภาระให้กับภาครัฐในการดูแลผู้ชราภาพในอนาคต
ปัจจุบัน ขนาดกองทุนแอลทีเอฟมีจำนวนสูงถึง 2.4 แสนล้านบาท แต่มาจากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น และเหลือเม็ดเงินที่มาจากผู้ออมประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท ดังนั้นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ภาครัฐมอบให้กับกองทุนแอลทีเอฟไม่ได้สูง
“เมื่อเทียบกับต่างประเทศอาจไม่มีรูปแบบกองทุนแอลทีเอฟเหมือนไทย แต่ภาครัฐในต่างประเทศให้การสนับสนุนด้วยการจัดตั้งกองทุนเพื่อการออมแห่งชาติ หรือในมาเลเซียกำหนดให้นายจ้างสมทบ 18% ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งภาครัฐของไทยก็ควรจะมีการดูแลประชาชนในรูปแบบเหล่านี้ แต่หากกำหนดให้นายจ้างไทยจ่ายสมทบ 18% ก็คงไม่สามารถทำได้ ภาครัฐก็ควรจะใช้ช่องทางแอลทีเอฟในการดูแลประชาชน ชนชั้นกลางของประเทศให้มีความเข้มแข็ง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต” นางเกศรา กล่าว
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ทางสภาต้องการให้ภาครัฐคงสิทธิภาษีแอลทีเอฟ หากยกเลิกจริงประเมินว่าเม็ดเงินออมที่มีจำนวนรวม 2.4 แสนล้านบาท ค่อยๆ ลดลง แต่หากภาครัฐมองว่าระยะการถือครองสั้นเกินไป ก็สามารถเพิ่มเงื่อนไข ยืดระยะเวลาการถือครองให้ยาวกว่า 5 ปีได้
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ที่ใช้แอลทีเอฟเป็นเครื่องมือในการออม กลับเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ค่อนข้างต่ำ ไม่ใช่คนรวย และยังพบว่าผู้มีรายได้น้อยเหล่านี้ลงทุนในแอลทีเอฟเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ







