posttoday
บทเรียนเมืองอาเซียนเพิ่มขีดแข่งขันในเวทีโลก

บทเรียนเมืองอาเซียนเพิ่มขีดแข่งขันในเวทีโลก

11 กันยายน 2557

ในยุคที่ทุกประเทศในโลกเชื่อมโยงถึงกันได้ง่ายขึ้น “เมือง” ของแต่ละประเทศเริ่มมีฐานะไม่ต่างจาก “ตัวแทน”

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ในยุคที่ทุกประเทศในโลกเชื่อมโยงถึงกันได้ง่ายขึ้น “เมือง” ของแต่ละประเทศเริ่มมีฐานะไม่ต่างจาก “ตัวแทน” ในการแข่งขันหรือเป็นหน้าเป็นตาให้แก่ประเทศนั้นๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองจึงต้องเร่งเสริมบทบาทให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้เมือง ของตัวเองมีขีดความสามารถแข่งขัน

สภาวาระโลกด้านการแข่งขันของ World Economic Forum ได้จัดทำรายงานเรื่อง The Competitiveness of Cities ขึ้น โดยยกกรณี ตัวอย่างเมืองที่น่าสนใจของหลายประเทศ รวมถึงประเทศในกลุ่มอาเซียนบวก 3 เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ จีน อินเดีย และเกาหลีใต้ด้วย

รายงานระบุว่า เทรนด์ใหญ่ระดับ “เมกะเทรนด์” ของโลกตอนนี้ ประกอบด้วย 6 เทรนด์หลัก ได้แก่ 1.การขยายออกของตัวเมืองและการเติบโตของชนชั้นกลาง 2.ความไม่เท่าเทียมในประเทศเพิ่มขึ้น จากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศต่างๆ 3.การให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น เพื่อ แก้ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรและบรรเทาปัญหา สิ่งแวดล้อม

4.ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี 5.การรวมกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมและการใช้ห่วงโซ่คุณค่าจากทั่วโลก ไม่ผลิตทุกอย่างเอง แต่ใช้ความเชื่อมโยงกับประเทศอื่นจัดการแทน และ 6.ธรรมาภิบาล นำไปสู่การกระจายอำนาจสู่เมืองมากกว่าการรวมไว้ที่ส่วนกลาง

สำหรับเมืองปีนัง “ไข่มุกแห่งตะวันออก” ของมาเลเซีย ได้รับการยกย่องจากรายงานว่าเป็นเมือง ที่ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพชีวิตระดับ 5 ดาว และเป็นตัวอย่างที่ดีของการบริหารงานโดยหน่วยงานภาครัฐส่วนท้องถิ่น ที่นี่ใช้วิธี “รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ” เลือกดึงดูดนักลงทุนเฉพาะที่เข้ามาทำอุตสาหกรรมระดับสูง ไม่ใช่อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นเข้ามาลงทุน สนับสนุนการพัฒนาทักษะบุคลากร ยืดหยุ่นเรื่องการตรวจคนเข้าเมือง พัฒนาการศึกษา สังคม และบันเทิงในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนรู้สึกอยากอยู่ปีนัง ไม่ย้ายไปทำงานที่อื่น

ขณะที่เมืองเซบูของฟิลิปปินส์ เป็นเมืองหนึ่งที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในปี 2556 มากกว่า 2 ล้านคน มีบริษัทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจ้างเหมาช่วง 140 แห่ง ก่อให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 1 แสนคน ปัจจุบันเซบูตั้งเป้าเป็นเมืองแห่งการประชุมสัมมนา ต่อเรือ และผลิตเฟอร์นิเจอร์

อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วของเซบู ไม่ได้เป็นการเติบโตที่ยั่งยืนนัก ที่นี่ยังเผชิญปัญหา คอร์รัปชั่น อาชญากรรม การจราจร มลพิษ ความแออัด และการย้ายถิ่นฐานอย่างรวดเร็ว เซบูจึงจำเป็นต้องมีแผนแม่บทด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้ามา เพื่อช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับเมืองไปพร้อมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ด้านประเทศที่เจริญที่สุดในอาเซียนอย่างสิงคโปร์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของประเทศกำลังพัฒนาที่เริ่มต้นด้วยฐานะยากจนหรือรายได้ปานกลาง สิ่งที่สิงคโปร์ทำตลอดมาคือ ใช้ความเป็นผู้นำและวิสัยทัศน์ของฝ่ายบริหาร จัดการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ (Hard Connectivity) เช่น การพัฒนาใจกลางเมืองในแนวสูง มากกว่าปล่อยสะเปะสะปะในแนวราบ เพื่อรองรับความหนาแน่นบริเวณใจกลางเมือง รองรับธุรกิจและนวัตกรรมที่จะเข้ามา

นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ (Soft Connectivity) เช่น การศึกษา จนกลายเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา พร้อมกันนั้นสิงคโปร์ ยังหาจุดดึงดูดให้เมืองน่าอยู่มากขึ้นด้วย

ขณะที่รายงานเรื่อง Urban world : Mapping the economic power of cities ของ Mckinsey Global Institute ระบุว่า ในปี 2568 โฉมหน้า 600 เมืองสำคัญของโลกจะเปลี่ยนแปลงไป โดยมี 138 เมืองจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เข้ามาแทนที่เมืองเดิมซึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และ 100 จาก 138 เมือง ล้วนเป็นเมืองสำคัญของจีน

รายงานระบุด้วยว่า เมืองต่างๆ จะประสบความสำเร็จด้านเศรษฐกิจได้ มาจากปัจจัย 3 ข้อ ได้แก่ 1.ยิ่งเมืองใหญ่ยิ่งดูดแรงงานมีทักษะได้มาก 2.การเป็นเมืองใหญ่ทำให้ดึงดูดการลงทุน และ 3.การเชื่อมโยงกับเมืองขนาดเล็กอื่นๆ ช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท