
รายย่อยอาเซียนผวา‘เออีซี’
การแข่งขันพุ่งหลังเปิดตลาดเดียวมาเลย์อ้าแขนรับแต่อินโดฯยังไม่พร้อม
การแข่งขันพุ่งหลังเปิดตลาดเดียวมาเลย์อ้าแขนรับแต่อินโดฯยังไม่พร้อม
รายย่อยหวั่นรวมอาเซียนทำแข่งขันสูง บริษัทใหญ่ได้ผลประโยชน์ มาเลเซียหวังขยายตลาดหลังเปิดเออีซี
บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (บีซีจี) ผู้ให้คำปรึกษาการวางกลยุทธ์ธุรกิจ เปิดเผยรายงานการวิจัยว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จะต้องเผชิญกับปัญหาการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น ภายหลังจากที่มีการรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2015
รายงานยังระบุว่า บริษัทที่มีฐานในภูมิภาคที่แข็งแกร่งอยู่แล้วจะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการสร้างตลาดเดียว และการลดอุปสรรคทางการค้าในครั้งนี้
ทั้งนี้ บีซีจียังได้รวบรวมผลสำรวจจากเจ้าของกิจการและเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงกว่า 230 คน พบว่า กว่า 80% เชื่อมั่น ในโอกาสที่ดีของธุรกิจหลังจากเปิดเออีซี และจะช่วยเร่งการเติบโตของอุตสาหกรรม ในขณะเดียวกันก็จะต้องประสบกับการแข่งขันที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน
ขณะที่ 70% ของผู้เข้ารับการสำรวจทั้งหมด เห็นว่าการเผชิญหน้ากับการแข่งขันมากขึ้นจะยิ่งเป็นแรงผลักดันให้บริษัทในอาเซียนเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อเดินหน้าเข้าสู่ตลาดสากล ส่วน 81% แสดงทัศนะว่าธุรกิจรายย่อยจะสูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน
ไมเคิล เมเยอร์ กรรมการผู้จัดการและหุ้นส่วนของบีซีจี และวินเซนท์ ชินผู้อำนวยการฝ่ายอาเซียนและหุ้นส่วนอาวุโส ระบุว่า ธุรกิจรายย่อยจำเป็นต้องพัฒนาคุณภาพในบางด้านเพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายตัวระดับภูมิภาค
“ถ้าหากบริษัทดำเนินกิจการเฉพาะในตลาดภายในประเทศซึ่งได้รับการคุ้มครอง ก็อาจมีทักษะในการจัดการและศักยภาพที่ไม่เพียงพอต่อการแข่งขันในระดับนานาชาติ” เมเยอร์ กล่าว
ด้านชินชี้ว่าหน่วยงานของภาครัฐต่างๆ ในสิงคโปร์ ซึ่งหมายรวมถึงสปริงส์ สิงคโปร์ ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อการพัฒนาธุรกิจ และหน่วยงานด้านการค้านานาชาติอย่างไออีสิงคโปร์ สามารถยื่นมือเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้มีสมรรถภาพเพียงพอในการตักตวงผลประโยชน์จากการรวมกลุ่มของประเทศสมาชิกอาเซียน
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังได้เปรียบเทียบระดับความเชื่อมั่นของบริษัททั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรื่องการรวมกลุ่มเป็นตลาดเดียวในปี 2015 พบว่า ธุรกิจในมาเลเซียมีความกระตือรือร้นอยากให้มีการเปิดเออีซีเพื่อขยายกิจการออกนอกประเทศ
ขณะที่อินโดนีเซียกลับเป็นประเทศที่เห็นว่าการรวมกลุ่มอาจเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจน้อยที่สุด เนื่องจากหวั่นเกรงว่าการหลั่งไหลของแรงงาน และการเปิดเสรีจะส่งผลให้ธุรกิจต้องเตรียมรับมือกับการการแข่งขันให้สูงขึ้นกว่าเดิม







