
ท่องเที่ยวฝากรัฐบาลใหม่ขอเข้าพบ รมต. 15 ก.ย.นี้
หลังวันที่ 12 ก.ย.นี้ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.เรียบร้อย
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
หลังวันที่ 12 ก.ย.นี้ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.เรียบร้อย แต่ละกระทรวงก็คงเดินหน้าได้เต็มที่ ในโอกาสนี้ภาคเอกชนท่องเที่ยวจึงฝากการบ้านเพื่อฟื้นภาพรวมท่องเที่ยวให้ทันก่อนสิ้นปีนี้
สุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า เอกชนรอเข้าพบ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา วันที่ 15 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นกำหนดการที่ รมว.คนใหม่ คือ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร จะเข้ากระทรวงเพื่อหารือแนวทางการฟื้นฟูภาคท่องเที่ยว ในส่วนของธุรกิจโรงแรมก็คงเดินหน้าขอให้รัฐบาลจัดการกับโรงแรมที่ไม่จดทะเบียนถูกกฎหมายต่อไป
ขณะที่ภาพรวมธุรกิจเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา อัตราเข้าพักเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 50-55% บางพื้นที่ เช่น ภูเก็ต สมุย อัตราเข้าพักดีกว่า 70% ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก อัตราเข้าพักไม่ถึง 40% ขณะที่กรุงเทพฯ อัตราเข้าพักปานกลาง 50% เดือน ก.ย.นี้ ทิศทางน่าจะดีขึ้นเพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยว
ยิ่งมีกระแสข่าวแนวคิดยกเลิกกฎอัยการศึกออกมาให้ได้ยินมากขึ้น ก็เป็นสัญญาณที่ดี หากรัฐบาลตัดสินใจยกเลิกกฎอัยการศึกบางจังหวัดท่องเที่ยว ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าสถานการณ์ในไทยผ่อนคลายแล้ว อย่างไรก็ตามคงต้องจับตาปัจจัยเศรษฐกิจโลก รวมถึงสงครามบางพื้นที่ในประเทศใหญ่ด้วย
ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า วันที่ 13 ก.ย.นี้ จะเรียกประชุมคณะกรรมการสมาคมจากทุกภาคทั่วประเทศ เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอที่จะนำไปให้รัฐบาลใหม่พิจารณาสำหรับยกระดับอุตสาหกรรมร้านอาหารไทย โดยจากการหารือกับกรรมการบางคนไปแล้วก่อนหน้านี้ คาดว่าข้อเสนอสำคัญที่จะนำเสนอรัฐบาลชุดใหม่พิจารณา คือ ให้กระทรวงแรงงานจัดอบรมแรงงานในกลุ่มร้านอาหาร เน้นไปที่กลุ่มที่ต้องสัมผัสกับอาหารโดยตรง เพื่อเพิ่มมาตรฐานร้านอาหารไทยให้มีความสามารถแข่งขันสูงขึ้นรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 และเพื่อประโยชน์ระยะยาวต่อการท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมมารับประทานอาหารไทย
“ร้านอาหารในไทยมีอยู่กว่า 4 แสนแห่งทั่วประเทศ มูลค่าธุรกิจกว่า 4.5 แสนล้านบาท แต่ละแห่งมีพนักงานเฉลี่ย 10 คน เท่ากับว่าธุรกิจร้านอาหารไทยมีแรงงานอยู่ประมาณ 4 ล้านคนทั่วประเทศ จึงอยากให้รัฐสนับสนุนการฝึกอบรมกลุ่มคนเหล่านี้ให้มีความรู้ในการทำร้านอาหารที่มีมาตรฐาน เพิ่มความสามารถแข่งขันระยะยาวให้กับร้านอาหารไทย” ฐนิวรรณ กล่าว
นอกจากนี้ จะกระตุ้นให้ภาครัฐเร่งนำคู่มือเกณฑ์มาตรฐานระบบคุณภาพร้านอาหารของไทยที่สมาคมภัตตาคารไทยจัดทำขึ้นและส่งมอบให้กับกระทรวงสาธารณสุขแล้วไปต่อยอดให้เกิดการใช้งานจริง ให้ผู้ที่จะประกอบธุรกิจร้านอาหารต้องผ่านการอบรมและตรวจประเมินมาตรฐานร้านอาหารก่อนจึงจะเปิดร้านอาหารได้ เหมือนกับที่ในต่างประเทศทำกันเพราะที่ผ่านมาในไทยหากใครต้องการเปิดร้านอาหาร ก็เปิดได้โดยไม่ต้องผ่านการอบรมหรือผ่านเกณฑ์ใดๆ ซึ่งบางคนก็ไม่ทราบมาตรฐานที่ถูกต้อง ทำให้เกิดปัญหาอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ และนำพาโรคภัยมาสู่คนรับประทาน
ขณะเดียวกัน จะขอให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะยาว สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารที่ประสบปัญหาทางธุรกิจอย่างหนักในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาที่มีปัญหาการเมืองยาวนาน จนทำให้ร้านขาดกระแสเงินสดหมุนเวียนต่างจากช่วงเวลาปกติ หากมีปัญหาแค่ 2-3 เดือน ร้านอาหารก็คงประคองตัวได้ไม่มีปัญหาอะไร
ไม่เพียงแต่ภาคเอกชนที่ต้องการนำเสนอแนวทางกับรัฐบาลใหม่ เพื่อฟื้นฟูท่องเที่ยว ต่างชาติก็ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เพื่อหนุนนักท่องเที่ยวให้สะดวกขึ้น และเป็นผลดีกับการท่องเที่ยวไทย
เฉิน เจียง อุปทูตฝ่ายวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า ไทยควรปรับปรุงป้ายบอกทางรถประจำทาง ให้นักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาแล้วสามารถใช้บริการได้สะดวก ปัจจุบันตามป้ายรถประจำทางจะบอกเพียงหมายเลขรถประจำทางที่ผ่านเส้นทางนั้น แต่ไม่มีเส้นทางบอกชัดเจนว่ารถหมายเลขนั้นออกจากที่ไหนไปที่ไหน เช่นเดียวกับบนรถประจำทางที่ไม่มีข้อมูลบอกว่ารถจะจอดบริเวณไหนไปจนถึงบริเวณไหน เมื่อนักท่องเที่ยวต้องการขึ้นรถประจำทาง ต้องอาศัยการสอบถามเพียงอย่างเดียวซึ่งไม่สะดวกมาก หากไทยแก้ไขได้จะมีส่วนดึงนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้นอีก
สำหรับป้ายบอกทางบนถนนก็เป็นอีกป้ายที่ไทยควรปรับปรุง เพราะปัจจุบันป้ายบอกทางขาดความแม่นยำ เน้นบอกให้ทราบว่าเส้นทางนั้นจะไปจนถึงจุดหมายไหนได้ ทั้งที่ความจริงแล้วควรจะบอกว่าเส้นทางที่จะถึงข้างหน้าคืออะไร หากเป็นไปได้ก็ควรใช้วิธีการบอกว่าเส้นทางนั้นไปยังจุดหมายไหนแล้วมีคำแนะนำบอกเสริมว่า เส้นทางนั้นจะไปต่อยังที่ใดได้ ซึ่งทุกอย่างควรมีภาษาจีนประกอบด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนจีน เหมือนกับที่หลายประเทศมี
สาเหตุสำคัญที่อยากเห็นไทยปรับปรุง เพราะจีนเป็นตลาดสำคัญของการท่องเที่ยวไทย และไทยเองก็เป็นจุดหมายสำคัญของคนจีน ปีที่ผ่านมา คนจีนเดินทางออกต่างประเทศถึง 100 ล้านคน ในจำนวนนี้เที่ยวไทย 4.7 ล้านคน สูงที่สุด และเป็นยอดเติบโตสูงกว่าการเที่ยวต่างประเทศเฉลี่ยด้วย ขณะที่ปี 2563 หรือ 6 ปีข้างหน้า คาดการณ์ว่า จะมีคนจีนออกเที่ยวต่างประเทศถึงปีละ 150-200 ล้านคน ในจำนวนนี้น่าจะมีคนจีนมาเที่ยวไทยไม่ต่ำกว่า 7-8 ล้านคน และอาจทะลุถึง 10 ล้านคนได้หากไทยมีระบบสาธารณูปโภครองรับที่เพียงพอ
นี่เป็นเพียงความคิดเห็นเศษเสี้ยวหนึ่งส่งไปถึงรัฐบาลชุดใหม่เท่านั้น เพื่อพัฒนาให้การท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวและโตต่อไปอย่างแข็งแกร่ง







