
สรรพากรถังแตกไล่จับโกงภาษีเจอเสียหายแล้ว 7 พันล้าน
อาการดิ้นรนขวนขวายหารายได้มาปิดบัญชีงบประมาณแผ่นดินให้ขาดดุลน้อยที่สุดของ 3 กรมภาษี
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
อาการดิ้นรนขวนขวายหารายได้มาปิดบัญชีงบประมาณแผ่นดินให้ขาดดุลน้อยที่สุดของ 3 กรมภาษี นอกจากจะใช้วิธีการบีบข้าราชการให้เก็บภาษีเพิ่มให้ได้ ก็เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบการเสียภาษีของนิติบุคคลว่าดำเนินการถูกต้องหรือไม่
แค่เดือน ส.ค.ก.ย. กรมสรรพากรประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมผู้ขายใบกำกับภาษีปลอมรายใหญ่ 2 ราย ซึ่งขายใบกำกับภาษีปลอมให้กับกลุ่มธุรกิจการก่อสร้างและคอมพิวเตอร์ หากนับรวมทั้งสองกรณี จากการตรวจสอบหลักฐานพบว่ามีการขายใบกำกับภาษีออกไปให้กับกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง เป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ทำให้สรรพากรเสียหายรวมประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องดำเนินการนำภาษีที่ถูกทุจริตไปคืนมา
“การจับกุมครั้งนี้ครอบคลุมหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ ปทุมธานี และในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ก็เกิดในหลายพื้นที่ของกรม ซึ่งการตรวจก็ทำพร้อมกันถึง 12 จุด เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้กระทำผิดก็จะโดนดำเนินคดีอาญาจำคุก 37 ปี แต่รวมกันไม่เกิน 20 ปี และปรับตั้งแต่ 2,0002 ล้านบาท” ประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าว
ทั้งนี้ กรมได้ตรวจค้นและจับกุมผู้ประกอบการส่งออกคอมพิวเตอร์ และขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเท็จตั้งแต่ปี 2554 ถึงปัจจุบัน เป็นมูลค่าความเสียหาย 600 ล้านบาท ซึ่งการทุจริตเป็นการดำเนินงานเป็นขบวนการ มีนิติบุคคลร่วมกันกว่า 50 ราย ซึ่งจับกุมผู้กระทบผิดที่เป็นตัวการใหญ่ได้กว่า 10 ราย ก็จะดำเนินคดีทางอาญาต่อไป
จากการตรวจหลักฐานยังพบว่า ขบวนการนี้ยังมีการขายใบกำกับภาษีปลอมให้กับกลุ่มธุรกิจค้าขายคอมพิวเตอร์ เป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งมีการขายในราคา 34% ทำให้กรมสรรพากรเสียหายรวมจากขบวนการดังกล่าวประมาณ 2,000 ล้านบาท ก็จะดำเนินการเร่งนำเงินคืน เพราะยังมีทรัพย์สินเหลืออยู่บางส่วน ขณะเดียวกันกรมกำลังสืบสาวลึกลงไปว่า ถ้ามีเจ้าหน้าที่สรรพากรเข้าไปร่วมเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด
นอกจากนี้ กรมอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าขบวนการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มส่งออกเศษเหล็กเป็นเท็จ ทำให้กรมเสียหาย 4,000 ล้านบาท โดยมีเจ้าหน้าที่ สรรพากรเข้าไปเกี่ยวข้องและอยู่ระหว่างการตรวจสอบวินัยร้ายแรง คาดว่าจะสรุปผลได้ในเร็วๆ นี้
นายประสงค์ กล่าวว่า ความเสียหายจากการโกงภาษีในช่วงที่ผ่านมา หากนับรวมทั้ง 2 กรณี และกรณีการจับกุมผู้ขายใบกำกับภาษีปลอมรายใหญ่ เมื่อช่วงต้นเดือนส.ค. จากการตรวจสอบหลักฐานพบว่ามีการขายใบกำกับภาษีออกไป ให้กับกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง เป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ทำให้สรรพากรเสียหายรวมประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องดำเนินการนำภาษีที่ถูกทุจริตไปคืนมา
“การจับกุมครั้งนี้ ครอบคลุมหลายพื้นที่ทั้งในกทม. สมุทรปราการ ปทุมธานี และในเขตพื้นที่กรุงเทพก็เกิดในหลายพื้นที่ของกรม ซึ่งการตรวจก็ทำพร้อมกันถึง 12 จุด เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้กระทำผิดก็จะโดนดำเนินคดีอาญา จำคุก 37 ปี แต่รวมกันไม่เกิน 20 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000-200,000 บาท”นายประสงค์ กล่าว
อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ขอเตือนผู้ที่ซื้อใบกำกับภาษีปลอม เพื่อนำไปใช้หักลดหย่อนภาษีให้น้อยลง ให้หยุดดำเนินการ เพราะกรมสรรพากรจะเอาจริงเรื่องนี้และจะตรวจสอบเข้มข้น
ดังนั้น ทางกรมสรรพากรจะไม่เปิดเผยชื่อบริษัทที่ขายใบกำกับภาษีปลอม เพราะเกรงว่าคนซื้อใบกำกับภาษีจะรู้ตัว ไหวทันทำลายหลักฐานไปก่อนที่จะตรวจสอบเสร็จ ซึ่งผู้ซื้ออาจอ้างว่าไม่รู้ แต่ต้องตรวจสอบโดยละเอียด เพราะขบวนการนี้ใหญ่โตและกว้างขวางมาก
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแก้กฎหมายให้กรมสรรพากรเข้าไปเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนและสามารถระงับธุรกรรมการเงินในกรณีที่ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเท็จ กับการขายใบภาษีมูลค่าเพิ่มปลอม เพื่อที่จะได้ตามเงินภาษีคืนกลับมาได้อย่างทันท่วงที
“กรมได้ประสานไปยังกรมศุลกากรให้ตรวจการส่งออกนำเข้าสินค้าอ่อนไหวกว่า 10 รายการ เพื่อไม่ให้มีการส่งออกเป็นเท็จเพื่อมาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการนำเข้ามาโดยการสำแดงราคาต่ำ ทำให้กรมสรรพากรเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้ลดลง ซึ่งทางกรมศุลกากรได้ออกระเบียบไปถึงเจ้าหน้าที่นายด่านทุกคนให้เปิดตรวจสอบสินค้าในรายการดังกล่าว 100%” ประสงค์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ได้สั่งการไปถึงเจ้าหน้าที่สรรพากรทั่วประเทศ ให้สังเกตพฤติกรรมของผู้เสียภาษีอย่างละเอียด โดยเฉพาะผู้ที่มีขอเสียภาษีซื้อและภาษีขาย หากพบว่าพิรุธก็ให้แจ้งสรรพากรสำนักงานใหญ่ ก็จะเข้าไปดำเนินการตรวจสอบความผิดปกติทันที
“ในวันที่ 1 ต.ค. 2557 นี้ จะมีการโยกย้ายเจ้าหน้าที่สรรพากร โดยจะจัดสรรคนที่มีความรู้และมีความสามารถในการตรวจสอบการเสียภาษีไม่ถูกต้องไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง” อธืบดีกรมสรรพากร กล่าว







