
สุ่มเลือกผู้รับโควตาหวยสำรองแทนคนถูกยึดคืน
สำนักงานสลากฯ เปิดสุ่มคัดเลือกผู้ค้ารายใหม่ พร้อมเลือกชื่อสำรองรอสวมแทนพวกที่ถูกยึดโควตาคืน
สำนักงานสลากฯ เปิดสุ่มคัดเลือกผู้ค้ารายใหม่ พร้อมเลือกชื่อสำรองรอสวมแทนพวกที่ถูกยึดโควตาคืน
พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการสุ่มเลือกรายชื่อผู้ค้าสลากรายใหม่แทนผู้ค้าสลากที่ได้โควตาสลาก 43 ล้านฉบับ แล้วไม่มาแสดงตัว เบื้องต้นมีสลากที่ถูกทิ้งโควตา 2,000 เล่ม หรือ 2 แสนฉบับ
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมามีผู้สมัครขอขึ้นบัญชีเป็นผู้ค้าสลากประเภทบุคคลทั่วไปและคนพิการ 4.02 แสนราย และประเภทนิติบุคคลผ่านการตรวจสอบจำนวน 1.79 หมื่นราย ทั้งนี้คาดว่าจะสุ่มคัดเลือกด้วยระบบคอมพิวเตอร์และประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานสลากฯ ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ โดยจะมีการสำรองรายชื่อไว้ 1 แสนรายชื่อ
“เบื้องต้นจะจัดสรรโควตาสลาก 2,000 เล่ม แบ่งให้รายละ 6 เล่ม คนได้โควตาจะมีกว่า 300 ราย เริ่มงวดวันที่ 1 ต.ค.นี้ ส่วนที่เหลือคงจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการสลากฯ พิจารณาในวันที่ 18 ก.ย.นี้ว่าจะจัดสรรโควตาสลากที่เหลืออย่างไร” พล.ต.ฉลองรัฐ กล่าว
อย่างไรก็ดี ภายหลังที่ได้ส่งชุดตรวจลงพื้นที่เขต กทม. 50 ชุด เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการ โดยวันแรกตรวจพบจำนวน 6 แผงที่ไม่ขายในราคาที่กำหนด จากนั้นได้ทำหนังสือเตือนถึงเจ้าของโควตาสลากตัวจริงโดยจะมีการเรียกผู้ค้ารายดังกล่าวมาชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการตรวจสอบในรายละเอียดต่อไป โดยหากพบว่ากระทำความผิดจริงจะมีการยึดโควตาคืนมา
อย่างไรก็ตาม ยอมรรับว่าภายหลังจากที่สำนักงานสลากฯ ได้เริ่มใช้มาตรการควบคุมราคาในระยะสั้นแล้วขณะนี้พบว่ามีสลากหมุนเวียนในตลาดมากขึ้น ไม่ถูกรวมชุดจากยี่ปั๊วรายใหญ่มากนัก และต้องการให้ประชาชนร่วมมือแม้ต้องซื้อสลากเกินราคา ก็ให้นำหลักฐานไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อถูกดำเนินคดีจำนวนมาก จะเป็นแรงผลักดันให้สลากปรับราคาลดลงได้อีกทางหนึ่ง ส่วนแนวทางแก้ปัญหาระยะยาวต้องเดินหน้าศึกษาการแก้ไข พ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการสลากฯ และรมว.การคลังพิจารณาในขั้นตอนต่อไป
นายบุญส่ง จันทรีศรี รองผู้อำนวยการ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือตอบปฏิเสธถึงสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับการจัดพิมพ์คูปองทีวีดิจิตอลไป เนื่องจากเงื่อนไขเวลาอันกระชั้นชิด และกระบวนการจัดพิมพ์ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จทั้งการพิมพ์คูปองและจัดบรรจุซอง ขณะที่สำนักงานสลากฯ ไม่มีเครื่องบรรจุซอง ต้องจัดหาจากภายนอกเพิ่มเติม และสุ่มเสี่ยงต่อการปลอมแปลงคูปอง เนื่องจาก กสทช.ต้องเริ่มจัดส่งให้กับประชาชนในวันที่ 15 ต.ค.นี้ ดังนั้น ตามขั้นตอนของรัฐวิสาหกิจคงดำเนินการได้ไม่ทันตามกำหนด หากทำผิดจะยึดโควตาคืน







