
ประกันโหมใช้สิทธิคดีอาญา
จับมือกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพโปรโมทกฎหมายชดเชยผู้เสียหายฯ
จับมือกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพโปรโมทกฎหมายชดเชยผู้เสียหายฯ
คปภ.จับมือสมาคมประกันร่วมมือกรมคุ้มครองสิทธิ ขยายการรับรู้ พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ คดีอาญา
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ทาง คปภ. สมาคมประกันชีวิตไทยและสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 กับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
ทั้งนี้ เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรในการส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัยและสิทธิประโยชน์ที่ผู้เสียหายจากคดีอาญา จะได้รับเป็นค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาให้แก่ประชาชน
“ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมประกันภัยจะให้ความร่วมมือในการส่งเสริมสนับสนุนด้านการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้แก่บุคลากรในองค์กร หน่วยงานเครือข่าย บริษัทประกันภัย ตัวแทน/นายหน้า ประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย และประชาชนทั้งที่อยู่ และมิได้อยู่ในระบบประกันภัยได้รับความรู้ในเรื่องสิทธิที่ได้จาก พ.ร.บ.ดังกล่าวมากขึ้น”เลขาธิการ คปภ. กล่าว
ดังกล่าวสำหรับในส่วนของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทด้านการอำนวยความเป็นธรรมในสังคมและแก้ไขความเดือดร้อน รวมถึงให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนซึ่งตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาให้ได้รับความช่วยเหลือตามกฎหมายจะช่วยประสานข้อมูลให้การส่งเสริมและสนับสนุนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้ด้านการประกันภัยแก่บุคลากรในองค์กรและหน่วยงานเครือข่ายด้วยเช่นกัน
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันการประกันภัยนับว่ามีบทบาทสำคัญต่อทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นประชาชน สังคม หรือเศรษฐกิจ เพราะนอกจากจะช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้วในขณะเดียวกันยังมีส่วนช่วยลดภาระให้แก่สังคมและรัฐบาลรวมถึงช่วยระดมทุนเพื่อการพัฒนาประเทศดังนั้น การสร้างเครือข่ายการเผยแพร่ความรู้ด้านการประกันภัยไปยังหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สำนักงาน คปภ. จะต้องเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้การประกันภัยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิต และเป็นปัจจัยที่ 5 แก่สาธารณชนในวงกว้างต่อไป
พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า การร่วมมือครั้งนี้จะช่วยกรมฯ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันวินาศภัยไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย เพิ่มช่องทางการแจ้งสิทธิให้กับผู้เสียหายคดีอาญาหรือตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมผ่านบริษัทประกันได้มากขึ้น กรณีถูกฆ่า ถูกยิง ถูกแทง ถูกข่มขืน ถูกลูกหลง หรือถูกทำ
“กฎหมายค่าตอบแทนค่าเสียหาย ค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยคดีอาญาเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2544 แต่คนรู้เรื่องนี้น้อยมาก โดยในปี 2551-2555 มีผู้เสียหายยื่นขอใช้สิทธิเพียง 18% แต่หลังจากร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำให้การขอใช้สิทธิในปีนี้เพิ่มเป็น 68% และการร่วมมือกับบริษัทประกันจะช่วยเผยแพร่ข้อมูลให้กับประชาชนได้รับทราบมากขึ้น ซึ่งปีนี้คาดว่าจะใช้งบในการช่วยเหลือเยียวยาประมาณ 350 ล้านบาท จากเดิมที่แต่ละปีใช้งบประมาณปีละ 200 ล้านบาท และในปี 2558 ตั้งงบไว้ 300 ล้านบาท” พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว
นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ได้เสนอขยายความร่วมมือให้บริษัทประกันภัยสามารถรับคำร้อง ตรวจเอกสารการยื่นขอสิทธิให้กับลูกค้า เช่น กรณีเสียชีวิต เนื่องจากต้องเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายกลุ่ม ทั้งตำรวจสืบสวน มูลนิธิอาจต้องใช้เวลาในการพิจารณาหรือรวบรวมข้อมูล ดังนั้นการมีช่องทางยื่นเอกสารเพิ่มขึ้นจะช่วยให้ผู้เสียหายได้รับเงินช่วยเหลือเร็วขึ้นนายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ธุรกิจประกันชีวิตในปีนี้คาดว่าจะเติบโต 14% เนื่องจากประชาชนมีความเข้าใจการประกันเพิ่มขึ้น ทั้งความคุ้มครองและการออม ขณะที่บริษัทประกันได้มีผลิตภัณฑ์ และช่องทางการขายที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าจึงเชื่อว่าปีนี้ยังโตตามเป้าที่วางไว้ หลังจากในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาเบี้ยประกันโต17%







