
มิสเตอร์ เวดดิ้ง โตได้ "แค่อย่าหยุดเปลี่ยน"
“จีน” นับเป็นประเทศตลาดเกิดใหม่ยักษ์ใหญ่ของโลก ที่เศรษฐกิจกำลังเฟื่องฟูอย่างมาก ที่แม้ว่าจะเติบโตลดลงจากก่อนหน้านี้
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
“จีน” นับเป็นประเทศตลาดเกิดใหม่ยักษ์ใหญ่ของโลก ที่เศรษฐกิจกำลังเฟื่องฟูอย่างมาก ที่แม้ว่าจะเติบโตลดลงจากก่อนหน้านี้ แต่ก็นับเป็นหนึ่งประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก หลายๆ บริษัทจึงอาศัยประโยชน์ในจุดนี้ขยายกิจการ ท่ามกลางกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศที่กำลังเติบโต
จากข้อมูลของสื่อจีน ระบุว่า ตลาดการแต่งงาน ในจีน หมายรวมถึงเงินที่ใช้ในการจัดงานแต่งงานฮันนีมูน และงานอื่นๆ นั้นเติบโตสอดคล้องกับเศรษฐกิจในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยตลาดการแต่งงานมีมูลค่าแต่ละปีสูงถึง 8 แสนล้านหยวน (ราว 4 ล้านล้านบาท)
หนึ่งในบริษัทที่อาศัยประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมดังกล่าว ก็คือ “มิสเตอร์ เวดดิ้ง” ธุรกิจให้บริการถ่ายภาพแต่งงานจากเซี่ยงไฮ้ของจีน แต่แน่นอนว่าธุรกิจถ่ายภาพธรรมดาๆ คงไม่สามารถเติบโตได้ หากไม่มี “จุดเด่นที่ดึงดูดลูกค้า”
ทั้งนี้ การแข่งขันในตลาดการแต่งงานในจีนนั้นสูงมาก โดยเฉพาะในธุรกิจที่บริการถ่ายภาพในเซี่ยงไฮ้ก็มีหลายสิบแห่ง ธุรกิจแห่งนี้จึงเลือกที่จะให้ประสบการณ์การถ่ายภาพที่แปลกใหม่ โดยการให้ว่าที่เจ้าบ่าว และเจ้าสาว “ถ่ายภาพแต่งงานใต้น้ำ”
“คนสามารถทำท่าทางต่างๆ ที่เป็นไปไม่ได้ ได้หลายท่าเมื่ออยู่ใต้น้ำ ซึ่งความรู้สึกของการสูญเสียการควบคุมได้สร้างความสวยงาม” ทีน่า หลิว ผู้ก่อตั้งและเจ้าของมิสเตอร์เวดดิ้ง กล่าวกับบีบีซี
แต่ก่อนหน้านี้ ก็ใช่ว่าธุรกิจแห่งนี้จะเริ่มต้นด้วยความแปลกจากธุรกิจอื่น มิสเตอร์ เวดดิ้งได้เริ่มต้นขึ้นในปี 2003 ด้วยการเป็นธุรกิจถ่ายภาพแต่งงานทั่วๆ ไป ที่ใช้เงินทุนเริ่มต้นอยู่ที่ 1.5 แสนหยวน (ราว 7.5 แสนบาท)
ในขณะนั้น ที่น่าได้เช่าร้านขนาดเล็ก และอาศัยวิวทิวทัศน์ต่างๆ ในเซี่ยงไฮ้ในการถ่ายภาพเจ้าบ่าวและเจ้าสาว โดยที่ไม่ได้มีสตูดิโอถ่ายภาพเป็นของบริษัท
ทว่า จุดเปลี่ยนก็มาถึง เมื่อทีน่าอยากให้บริการถ่ายภาพใต้น้ำ ทำให้เจ้าตัวต้องย้ายธุรกิจออกมาจากตัวเมือง เพื่อที่จะมีพื้นที่เพียงพอในการตั้งแทงก์น้ำ
“เราทำอะไรที่ต่างจากที่คนส่วนใหญ่ทำ ดังนั้นเราจึงสูญเสียลูกค้าไป จากเดิมที่คนเคยแย่งกันเลือกเวลาที่บริษัทว่าง แต่ตารางงานของเรากลับหดหายไปหมด” เจ้าของมิสเตอร์ เวดดิ้งเล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงวิกฤต
อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นสาวมั่น ทีน่าคิดว่าเปล่าประโยชน์ที่จะอยู่ในความหม่นหมอง จึงเริ่มที่จะแก้ปัญหาจากภายในบริษัท โดยการปรับเปลี่ยนทีมเวิร์ก ก่อนที่ธุรกิจจะค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง จนทำให้ในขณะนี้ธุรกิจมีรายได้ราว 45 แสนหยวนต่อเดือนเลยทีเดียว (ราว 22.5 ล้านบาท)
กระนั้น แม้ธุรกิจของทีน่ามีรายได้ดี แต่เมื่อเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่มีลูกจ้าง 16 คน อะไรก็เกิดขึ้นได้
“อุตสาหกรรมถ่ายภาพถึงจุดสูงสุดแล้ว” ชือ กังมิน ผู้อำนวยการของสมาคมการค้าเพื่อการแต่งงานในจีนระบุ พร้อมเสริมว่า จำนวนคู่แต่งงานที่จองการถ่ายภาพแต่งงานลดลงอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
ทว่า ขณะเดียวกันข้อมูลจากทางการพบว่า ในประเทศจีนแต่ละปี มีคู่แต่งงานใหม่มากกว่า 10 ล้านคู่ ดังนั้นแล้วก็ยังมีโอกาสที่มิสเตอร์ เวดดิ้งจะเติบโตอยู่ หากว่ามีการนำเสนออะไรใหม่ๆ ให้กับลูกค้า
“เรากำลังเริ่มโครงการใหม่ที่เราเรียกว่า การถ่าย ภาพในอากาศ” ทีน่า เล่า พร้อมระบุว่า จะใช้โดรนหรือเครื่องบินบินไปบนฟ้า และจับภาพคู่รักที่ยืนบนพื้น
นอกจากนี้แล้ว ทางมิสเตอร์ เวดดิ้งยังกำลังที่จะให้ลูกค้าได้รับสินค้ารูปแบบใหม่ที่เป็นแอนิเมชั่นแบบสต็อปโมชั่น ในรูปของอัลบั้มรูปภาพอีกด้วย
ความพึงพอใจที่มีต่อมิสเตอร์ เวดดิ้งยืนยันได้จาก ลามี และวายวาย คู่รักชาวจีนที่เตรียมจะแต่งงานในปีหน้า ที่ได้ทุ่มเงินถึง 2,000 หยวน (ราว 1 หมื่นบาท) ในการถ่ายภาพใต้น้ำทั้งหมด 15 รูป
“คุณจะสามารถแต่งงานได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต ดังนั้นคุณควรจะใช้เงินในสิ่งที่ต้องการ” ลามี ระบุ







