
STPIปีนี้กำไรทุบสถิติสูงสุด2,000ล.
STPI ยิ้มร่าปีนี้กำไรทำสถิติสูงสุด 2,000 ล้านบาท ราคาหุ้นไม่วิ่งตาม
STPI ยิ้มร่าปีนี้กำไรทำสถิติสูงสุด 2,000 ล้านบาท ราคาหุ้นไม่วิ่งตาม
น.ส.เปรมภาว์ หิตะพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) เปิดเผยว่า ผลกำไรของบริษัทในปีนี้น่าจะทำได้ในระดับประมาณ 2,000 ล้านบาท สูงกว่าปี 2556 ที่มีกำไรสุทธิ 1,900 ล้านบาท และนับเป็นสถิติสูงสุดใหม่ ทั้งนี้กำไรที่ดีขึ้นเพราะได้รับผลดีจากโครงการอิทิส แอลเอ็นจี ในออสเตรเลีย ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 2.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ในปีนี้ 5065% หรือประมาณ 1.21.4 หมื่นล้านบาท ส่วนอีก 2035% จะรับรู้ในปี 2556 และจะส่งผลให้รายได้ในปีนี้ทำได้เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 หมื่นล้านบาท เพราะเพียงครึ่งปีแรกก็มีรายได้แล้ว 5,491 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,071 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เข้าร่วมประมูลงานมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท คาดว่าน่าจะได้รับงาน เช่น งานก่อสร้างโรงงานสำเร็จรูป (โมดู) LNG ในโมซัมบิก มูลค่า 11.5 หมื่นล้านบาท งานโมดู LNG ในแคนาดา มูลค่า 22.5 หมื่นล้านบาท งานท่อ (Piping) ที่โมซัมบิก 400 ล้านบาท เป็นต้น ส่วนใหญ่จะรู้ผลในช่วงต้นปี 2558
“ผลกำไรของบริษัทในช่วง 6 เดือนแรกไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองในประเทศเหมือนบริษัทจดทะเบียนแห่งอื่นและกำไรในปีนี้ยังจะทำสถิติสูงสุด แต่ปรากฏว่าราคาหุ้นกลับไม่ได้สะท้อนสิ่งเหล่านี้ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะนักลงทุนรอดูงานประมูลที่จะมีเข้ามาในอนาคต” น.ส.เปรมภาว์ กล่าว
ทั้งนี้ STPI ได้ซื้อที่ดิน 1,050 ไร่ ใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และใช้งบลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ในการก่อสร้างโรงงานขึ้นรูปเหล็กแห่งใหม่ เพื่อรวมการผลิตจาก 3 โรงงาน คือโรงงานขึ้นรูปเหล็กในชลบุรีกำลังการผลิต 3 หมื่นตัน/ปี โรงงานในระยองกำลังการผลิต 2 หมื่นตัน/ปี และโรงงานในศรีราชากำลังการผลิต 1 หมื่นตัน/ปี รวมเป็นศูนย์การผลิตในโรงงานเดียว ทำให้มีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 67 หมื่นตัน/ปี ซึ่งผลดีของการรวมศูนย์โรงงานผลิตดังกล่าวจะทำให้ต้นทุนในการบริหารลดลงจากการที่ใช้ทีมบริหารชุดเดียว และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตในส่วนของงานโมดู ซึ่งเป็นรายได้หลักสัดส่วน 92% ของรายได้
ปัจจุบันโรงงานโมดูในแหลมฉบังของบริษัทจะมีกำลังการผลิตระดับสูงถึง 6 หมื่นตัน/ปี แต่ไม่สามารถรองรับงานใหญ่ๆ ได้พร้อมกัน บริษัทจึงตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ บริษัท คลัฟ (ประเทศไทย) เพื่อที่จะได้สิทธิในการเช่าที่ดินหน้าท่าจำนวน 51 ไร่ ในราชนาวี สัตหีบ ซึ่งบริษัทจะนำมาใช้เป็นโรงงานโมดู จะเพิ่มกำลังการผลิตโมดูให้แก่บริษัทในปีหน้าได้ประมาณ 1 หมื่นตัน/ปี
บล.ทิสโก้แนะซื้อ STPI ให้ราคาเป้าหมาย 25 บาท โดยมองว่ามีความได้เปรียบคู่แข่งในแง่ 1) ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากกว่า 37 ปี 2) กำลังการผลิตสูง รองรับงานขนาดใหญ่ได้จำนวนมากถึง 1.2 แสนตัน/ปี และบริษัทสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้จากพื้นที่ที่บริษัทซื้อล่าสุด ได้แก่ สัตหีบคอมเพล็กซ์ ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตโดยรวมเพิ่มเป็น 1.9 แสนตัน/ปี และ 3) การเป็นพันธมิตรกับ EPC ขนาดใหญ่หลายรายสร้างโอกาสในการได้รับงาน 4) สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยสถานะเงินสดสุทธิ ภาระหนี้สินต่ำ ปัจจัยเสี่ยงมาจากความไม่ต่อเนื่องของงานในมือ ราคาวัตถุดิบที่ผันผวน







