
PTTคึกปลดล็อกก๊าซฝรั่งทำบิ๊กล็อต
หุ้น PTT วิ่งฉิวอุ้มตลาด แรงไล่ซื้อทั้งในและนอก หลัง กบง.ปรับโครงสร้างราคาก๊าซลดภาระขาดทุน
หุ้น PTT วิ่งฉิวอุ้มตลาด แรงไล่ซื้อทั้งในและนอก หลัง กบง.ปรับโครงสร้างราคาก๊าซลดภาระขาดทุน
บรรยากาศการลงทุนในหุ้น ปตท. (PTT) คึกคักอย่างมาก เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยหุ้น PTT ปิดที่ระดับสูงสุด 348 บาท เพิ่มขึ้น 14 บาท หรือ 4.19% ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากถึง 3,701 ล้านบาท ซึ่งหุ้น PTT ที่เพิ่มขึ้น 14 บาท มีผลต่อดัชนีหุ้นโดยรวม 4.48 จุด มีส่วนพยุงตลาดให้ปิดที่ 1,583.18 จุด ลดลงเพียง 1.59 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.65 หมื่นล้านบาท และนักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิ 1,064 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีรายการซื้อขายหุ้น ปตท.บิ๊กล็อตในกระดานต่างประเทศ จำนวน 2.6 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 341 บาท มีมูลค่ารวม 900 ล้านบาท
มาร์เก็ตติ้ง เปิดเผยว่า ราคาหุ้น PTT พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ให้มีมติเห็นชอบในหลักการให้ปรับโครงสร้างราคาก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวี เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยจะปรับราคาขายภาคขนส่ง ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 21.38 บาท/กก.ให้เท่ากับภาคครัวเรือน ซึ่งอยู่ที่ 22.63บาท/กก. หรือมีส่วนต่างกันที่ 1.25 บาท/กก.
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า หุ้น ปตท.พุ่งขึ้นส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจาก กบง.มีการปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีและเอ็นจีวี ถึงแม้ว่าราคาก๊าซแอลพีจีที่ปรับขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบเชิงบวกใดๆ ต่อผู้ผลิตอย่าง PTT และกลุ่มโรงกลั่น เพราะราคาที่ปรับตัวขึ้นจะไปเพิ่มในส่วนของเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและภาษี แต่การปรับเอ็นจีวีขึ้นนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อ PTT เนื่องจากจะส่งผลให้ PTT ขาดทุนจากการขายเอ็นจีวีลดลง จากเฉลี่ยปีละเกือบ 2 หมื่นล้านบาท เหลือขาดทุนเฉลี่ยปีละ 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งต้นทุนที่แท้จริงของเอ็นจีวีในปัจจุบันอยู่สูงถึง 16 บาท/กก.
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า ยังคงมีมุมมองในหุ้นพลังงานและปิโตรเคมีเท่ากับตลาด แม้ คสช.อนุมัติในหลักการให้ปรับราคาแอลพีจี เพราะการขึ้นราคาจะไม่ส่งผลต่อกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีแต่อย่างใด แต่จะส่งผลบวกต่อ PTT เพราะปัจจุบันรับภาระขาดทุนเอ็นจีวีไตรมาสละ 5,000-6,000 ล้านบาท หรือประมาณปีละ 2 หมื่นล้านบาท การปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีจะส่งผลให้ภาระปรับตัวลดลงประมาณไตรมาสละ 1,000 ล้านบาท หรือปีละประมาณ 4,000 ล้านบาท คิดเป็น 3.8% ของคาดการณ์กำไรปี 2558 ที่คาดว่าจะมีกำไร 1.03 แสนล้านบาท
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยผู้จัดการ บล.ธนชาต กล่าวว่า ธนชาตยังคงแนะถือต่อหุ้น PTT ให้ราคาเป้าหมายที่ 350 บาท จากการที่เราคาดว่าการปฏิรูปพลังงานจะทำให้ PTT ไม่ได้ทั้งผลเสียและผลดี คือได้ประโยชน์จากราคาเอ็นจีวีที่สูงขึ้น ซึ่งเอ็นจีวีที่เพิ่มขึ้น 1 บาท จะทำให้ขาดทุนลดลง 3,000 ล้านบาท/ปี โดยในปี 2556 ขาดทุนอยู่ 2 หมื่นล้านบาท ทุกวันนี้ PTT ขายเอ็นจีวี 3.2 ล้านตัน/ปี โดยขาดทุนกว่า5.55.8 บาท/กก.







