
วินาศภัยดันเบี้ยปีนี้โต5.9%
ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพมาแรงช่องทางขายผ่านตัวแทนยังนำโด่ง
ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพมาแรงช่องทางขายผ่านตัวแทนยังนำโด่ง
สมาคมประกันวินาศภัยไทยคาดครึ่งปีหลังธุรกิจกระเตื้องดันเบี้ยทั้งโตได้ 5.9%
นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า การขยายตัวของเบี้ยประกันภัยในครึ่งปีหลังนี้ จะมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก โดยคาดว่าธุรกิจประกันวินาศภัยปีนี้จะขยายตัวได้ 35.9% หรือมีเบี้ยรับรวมทั้งระบบ 2.10-2.15 แสนล้านบาท ซึ่งไม่สูงมาก เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมามีฐานการเติบโตที่สูงมากจากนโยบายรถคันแรก
จากการที่ไม่มีปัจจัยภายนอก ทั้งปัจจัย ขับเคลื่อนหรือปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อการขยายตัว
ทั้งนี้ การประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพเป็นตลาดที่น่าจะขยายตัวได้เพิ่มขึ้น หากสามารถเจาะตลาดผู้มีรายได้ปานกลางได้มากขึ้นและประกันอัคคีภัยจะเพิ่มขึ้น จากการคาดการณ์ของสถาบันการเงินที่คาดว่าความต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 จะส่งผลบวกต่อการประกันอัคคีภัย
สำหรับภาพรวมของธุรกิจประกันวินาศภัยในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ เบี้ยรับรวมทั้งระบบมีจำนวน 1.01 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.05% แต่พอมางวด 7 เดือนเบี้ยขยับขึ้นมาที่ 1.18 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.17% โดยเดือน ก.ค.เดือนเดียวมีเบี้ยเพิ่มขึ้น 1.66 หมื่นล้านบาท
“สำหรับช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาทางสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ตั้งคณะทำงานจัดทำราคาค่าซ่อมรถยนต์เพื่อปรับปรุงราคาค่าซ่อมให้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้บริษัทสมาชิกนำไปใช้อ้างอิงและกำหนดราคากลางรถยนต์ และรถขนาดใหญ่เพื่อให้สมาชิกนำไปกำหนดทุนประกันภัยในการรับประกันภัยรถยนต์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย.” นายอานนท์ กล่าว
ทั้งนี้ ช่องทางการจัดจำหน่ายหลักช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา อันดับ 1 มาจาก นายหน้า 5.7 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 56.7% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 1.6% ช่องทางการขายผ่านตัวแทน 1.5 หมื่นล้านบาท มีสัดส่วน 15% ช่องทางนี้ทำยอดขายเพิ่ม 4.3% ช่องทางการขายผ่านธนาคารหรือแบงก์แอสชัวรันส์ทำยอดขายได้ 1.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 12.5% ช่องทางนี้ทำยอดขายลดลง 9.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันกับปีก่อน ช่องทางการขายตรงที่ลูกค้าติดต่อโดยตรงกับบริษัท 5,749 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% โดยมีสัดส่วนเบี้ย 5.6% ของเบี้ยรับรวมทั้งหมด
นอกจากนี้ ยอดขายผ่านองค์กรมีเบี้ยรวม 4,177 ล้านบาท ลดลง 21.1% มีสัดส่วนเบี้ย 4.1% ของเบี้ยรับรวม ยอดขายผ่านช่องทางโทรศัพท์ 3,800 ล้านบาท ลดลง 14.7% โดยมีสัดส่วนเบี้ยจากช่องทางนี้ 3.7% จากเบี้ยรับรวมทั้งหมด ขณะที่ช่องทางการขายผ่านอินเทอร์เน็ต มีจำนวน 1,274 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 867% มีสัดส่วนเบี้ยจากช่องทางนี้ 1.2% จากเบี้ยรับรวมทั้งหมด







