
กสทช.โปรยยาหอมนักลงทุนจีน
หลัง ไชน่าโมบาย เข้าหารือขอข้อมูลลงทุนธุรกิจโทรคมนาคมในไทย หลังเข้าถือหุ้น 18% ในทรู เผยหลังธุรกิจโทรคมนาคมและทีวีดิจิทัลขยายตัว คาดอีก 2 ปี 2 ธุรกิจนั่งแท่นจีดีพี 5% ของประเทศ
หลัง ไชน่าโมบาย เข้าหารือขอข้อมูลลงทุนธุรกิจโทรคมนาคมในไทย หลังเข้าถือหุ้น 18% ในทรู เผยหลังธุรกิจโทรคมนาคมและทีวีดิจิทัลขยายตัว คาดอีก 2 ปี 2 ธุรกิจนั่งแท่นจีดีพี 5% ของประเทศ
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า หลังจากบริษัท ไชน่า โมบายได้เข้าหารือเกี่ยวกับการลงทุนด้านโทรคมนาคมในประเทศไทย ทางกสทช.ได้ให้ข้อมูลด้านอัตราการเติบโตให้กับบริษัท ไชน่า โมบาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับการเข้ามาลงทุนในธุรกิจดังกล่าว ภายหลังจากบริษัทไชน่า โมบายได้เข้าถือหุ้น 18% ในบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อร่วมลงทุนธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศไทย
สำหรับข้อมูลที่ได้ชี้แจงไปยังบริษัท ไชน่า โมบายนั้น ประกอบด้วยอัตราการเติบโตของธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศไทย อัตราส่วนการครอบครองการถือหุ้นของคนต่างด้าว ซึ่งต้องอยู่ในอัตราส่วน 49:51 และการครอบงำการลงทุนจำนวน 8 ข้อ โดยในส่วนของข้อมูลที่ให้ไปถือว่าตรงกับข้อมูลที่บริษัท ไชน่า โมบายมีไว้ในข้างต้น
นอกจากนี้ ยังได้เปิดเผยตัวเลขอัตราการใช้โทรศัพท์มือถือ และอัตราการเติบโตของธุรกิจโทรคมนาคมของไทย และอัตราการเติบโตของธุรกิจการแพร่ภาพและกระจายเสียงของไทย เพื่อเป็นข้อมูลการลงทุนให้กับบริษัท ไชน่า โมบาย โดยในส่วนของการใช้โทรศัพท์มือถือของไทยเมื่อต้นเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งได้เปิดเผยในที่ประชุมใหญ่ที่ประเทศตุรกี ประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์อยู่ที่ประมาณ 110 หมายเลข ในจำนวนดังกล่าวใช้บริการในระบบ 3G ประมาณ 65 ล้านหมายเลข
ทั้งนี้ จากจำนวนผู้ใช้บริการดังกล่าวส่งผลให้ปัจจุบันธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 2.5% เช่นเดียวกับธุรกิจการแพร่ภาพกระจายเสียงที่มีอัตราการเติบโตในระดับดังกล่าว ซึ่งจากอัตราการเติบโตดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจโทรคมนาคมและธุรกิจการแพร่ภาพกระจายเสียงมีอัตราส่วนประมาณ 3% ของจีดีพีประเทศ
อย่างไรก็ดีในปี 2558-2559 หากมีการประมูลคลื่นความถี่ 1800 และ 1900 เชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจโทรคมนาคมมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับธุรกิจการแพร่ภาพกระจายเสียง เนื่องจากปัจจุบันมีฟรีทีวีมากถึง 24 ช่อง ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวคาดว่าในอีก 2 ปีข้างหน้าธุรกิจโทรคมนาคมและธุรกิจการแพร่ภาพกระจายเสียงจะมีมูลค่า 5% ของจีดีพีรวมประเทศ







