posttoday
สปก.เปิดช่องซื้อที่ดินแพงกว่าเกณฑ์

สปก.เปิดช่องซื้อที่ดินแพงกว่าเกณฑ์

01 มิถุนายน 2553

 

ชี้สินค้าเกษตรพุ่งค่าที่แพงตาม ให้อำนาจคณะกรรมการอนุมัติ

โพสต์ทูเดย์ — ส.ป.ก.แก้ระเบียบราคาจัดซื้อที่ดินทำกินให้เกษตรกร 4 ภาค หลังที่ดินแพงเพราะราคาสินค้าเกษตรเพิ่ม

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ว่าการจัดหาที่ดินสำหรับเกษตรกรผู้เดือดร้อนในนามของสภาประชาชน 4 ภาคมีความคืบหน้าไปตามลำดับ จากจำนวนเริ่มต้นที่มาลงทะเบียนไว้ 1,889 ราย ใน 21 จังหวัด

ดังนั้น ในขณะนี้มีเกษตรกรที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติและมารายงานตัวจำนวน 1,300 ราย ซึ่งสามารถจัดหาที่ดินที่ตรงกับหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2553 โดยเมื่อเกษตรกรได้รับการจัดสรรที่ดินให้แล้ว จะต้องจัดทำสัญญาเช่าซื้อกับสำนักงานปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มีกำหนดระยะเวลาตามสัญญา 25 ปี ปลอดดอกเบี้ยในระยะเวลา 5 ปีแรก เริ่มชำระหนี้ในปีที่ 625 ในอัตราดอกเบี้ย 1% ของราคาที่ดินที่จัดซื้อ โดยจะได้รับการจัดสรรที่ดินไม่เกินรายละ 15 ไร่

ด้านนายสถิตย์พงษ์ สุดชูเกียรติ รองเลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า ได้มีมติแก้ไขระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจัดที่ดิน และจัดที่ดินให้แก่กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือตามมติ ครม. ดังที่กล่าวไปข้างต้น จากเดิมมีเกณฑ์ ไว้ไม่ให้เกิน 6 หมื่นบาท/ไร่ หรือราคาต้องไม่เกิน 1 เท่าครึ่งของราคาประเมินที่ดิน

ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการสามารถพิจารณาอนุมัติได้ในกรณีซึ่งที่ดินบางส่วนที่อาจมีราคาสูงกว่าเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาการจัดหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากขณะนี้ราคาสินค้าเกษตรกรแพงขึ้น ทำให้ราคาที่ดินสูงตามไปด้วย

สำหรับกรณีประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินในกรณีข้อพิพาทในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ซึ่งส่วนมากเป็นสวนปาล์มที่เช่าที่ป่าเสื่อมโทรมของกรมป่าไม้และหมดอายุสัมปทานแล้วนั้น ส.ป.ก.ได้ประสานกับกระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการฟ้องขับไล่บริษัทและนายทุนออกจากพื้นที่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในการฟ้องร้องของศาลแล้ว 1 กรณี อยู่ในชั้นอัยการ 4 กรณีและอีก 1 กรณีอยู่ในชั้นการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประชาชนที่เดือดร้อนได้เข้าไปอาศัยในพื้นที่ดังกล่าวเต็มพื้นที่ แต่ ส.ป.ก.ยังไม่สามารถรังวัดออก ส.ป.ก.ได้ เนื่องจากคดียังไม่ยุติ และฝ่ายความมั่นคงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปดูแลพื้นที่เพื่อป้องกันการปะทะระหว่างประชาชนและนายทุนเจ้าของสวนปาล์ม ซึ่งกรณีที่ดินสวนปาล์มที่มีปัญหานั้นพบว่าเป็นที่ดินสวนปาล์มใน จ.สุราษฎร์ธานี อยู่ในการครอบครองของ 7 บริษัท รวมกว่า 7,000 ไร่

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ