
ลดภาษีสินค้าหรู0%
เสนอกอบกาญจน์ปั้นพาราไดซ์สู้ฮ่องกงสทท.มั่นใจนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากขึ้น
เสนอกอบกาญจน์ปั้นพาราไดซ์สู้ฮ่องกงสทท.มั่นใจนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากขึ้น
สทท.ถก รมว.ท่องเที่ยวฯ ชงภาษีแบรนด์เนม 0% ดึงเอเชียกระเป๋าหนักช็อปรับเปิดเออีซี
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า สทท.จะประชุมหารือร่วมกับ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อวางกรอบยุทธศาสตร์การทำงานด้านการท่องเที่ยวระหว่างภาครัฐและเอกชนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดย สทท.จะเสนอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนโครงสร้างภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมให้เหลือ 0% เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและศูนย์กลางการช็อปปิ้งพาราไดซ์ เทียบชั้นกับเกาะฮ่องกง
นางปิยะมาน กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าสินค้าหรูก็เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าทางการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งจะช่วยจูงใจให้นักท่องเที่ยวตลาดเอเชียและตลาดอาเซียนที่มีกำลังซื้อสูงมาใช้จ่ายในประเทศไทยมากขึ้น รวมถึงเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งเชื่อว่าทุกประเทศจะปรับสูตรโครงสร้างภาษีใหม่ ประเทศไทยควรเป็นผู้นำในการเรื่องดังกล่าว
“ศูนย์การค้าของไทยมีสินค้าแบรนด์เนม ห้างร้านถนนช็อปปิ้งที่สวยงาม หากมีมาตรการด้านภาษีเข้ามาเสริม เชื่อว่าจะจูงใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายและช็อปปิ้งเพิ่มขึ้น ขณะที่คนไทยจะกล้าซื้อสินค้าแบรนด์เนมภายในประเทศ สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับระบบเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี” นางปิยะมาน กล่าว
นอกจากนี้ สทท.เตรียมเสนอแผนกระตุ้นท่องเที่ยวระยะสั้นในกลุ่มประเทศเอเชีย โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่น เกาหลีใต้จีน เบื้องต้นนางกอบกาญจน์มีแผนส่งเสริมการเดินทางแบบพำนักระยะยาว (ลองสเตย์) ในตลาดญี่ปุ่นอย่างจริงจังรวมถึงตลาดจัดการประชุมสัมมนา (ไมซ์) การท่องเที่ยวเพื่อรางวัล (อินเซนทีฟ) เป็นต้น
นางปิยะมาน ให้ความเห็นว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ต้องเร่งวางแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้ควบคู่กับแผนด้านการตลาด เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างยั่งยืนปีละ 10%
สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวล่าสุดปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะตลาดประเทศจีน พบว่านักท่องเที่ยวจีนทยอยเดินทางเข้าไทยอย่างคึกคัก ภายหลังการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าชั่วคราว 3 เดือน โดยในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยสูงสุดในรอบ 8 เดือน
ปัจจุบันกระทรวงการคลังได้ปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยลงมาจาก 30% เหลือ 5% ไปแล้วหลายรายการ เช่น นาฬิกา แว่นตา เลนส์กล้องถ่ายรูป สินค้าฟุ่มเฟือยที่จัดเก็บอยู่ในอัตรา 30% ของมูลค่า มีเพียง 3 รายการเท่านั้น คือ น้ำหอมและเครื่องสำอาง ผลไม้ ยกเว้นแอปเปิ้ล ชุดสูทสากล เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายสตรี และเสื้อผ้าเด็กที่เสียภาษี 10%







