
ทีวีดาวเทียม-เคเบิลค้านเรียงช่องฟรีทีวีดิจิตอล36ช่อง
ผู้ประกอบการเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียมยื่นหนังสือร้องความเป็นธรรม กสทช. เรื่องเรียงช่องใหม่ ระบุทำให้ผู้บริโภคสับสน
ผู้ประกอบการเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียมยื่นหนังสือร้องความเป็นธรรม กสทช. เรื่องเรียงช่องใหม่ ระบุทำให้ผู้บริโภคสับสน
วันที่ 9 ก.ย. นายมานพ โตการค้า ประธานชมรมเครือข่ายโทรทัศน์ดาวเทียม เปิดเผยว่า ทางชมรม พร้อมผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวีได้เข้ายื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการดทรทัศน์ และกิจการดโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกรณีที่ กสทช. มีมติการจัดเรียงลำดับบริการโทรทัศน์ใหม่ในทุกแพลตฟอร์ม จาก 11-46 เป็น 1-36 เหมือนการรับสัญญาณผ่านกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัล(เซ็ต ท็อป บ็อกซ์)
ทั้งนี้ จากมติที่ประกาศออกมาดังกล่าวทางผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีทั่วประเทศ เช่น PSI, CTH, Big4 และสมาคมเคเบิลทีวี ต่างมีความเห็นตรงกันว่า มติดังกล่าวแสดงถึงความไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี จึงได้รวมตัวกันมายื่นหนังสือคัดค้านประกาศดังกล่าว แก่ กสทช. เพื่อให้พิจารณายกเลิกข้อกำหนดมัสต์แครี่(Must Carry) และอนุญาตให้ผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี สามารถเรียงช่องได้โดยอิสระ
“ในการจัดเรียงช่องครั้งแรกถือเป็นความเห็นชอบที่มีการสรุปผลการรับฟังความคิดสาธารณะ ซึ่งมีการร่างประกาศ กาสชท. ในเรื่องหลักเกณฑ์การจัดลำดับบริการโทรทัศน์ พ.ศ....พอมติออกมาทางผู้ประกอบการก็ปฎิบัตตาม โดยตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการจัดเรียงช่องแบบ 11-46 สมาชิกเริ่มมีความคุ้นเคยเลขช่อง แต่ กสทช.กลับมาประกาศให้จัดเรียงใหม่ทำให้สมาชิกเกิดความสับสน” นายมานพกล่าว
อย่างไรก็ดี ทางชมรมอยากให้ กสทช.เห็นใจผู้ประกอบการทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี เพราะการจัดเรียงช่องมีค่าใช้จ่ายที่ต้องดำเนินการ ซึ่งแต่ละผู้ประกอบการจะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นไม่เท่ากัน เนื่องจากแต่ละผู้ประกอบการมีระบบในการติดตั้งที่แตกต่างกันไป
นายวิชิต เอื้ออารีวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญยิ่ง (8888) ผู้ดำเนินธุรกิจเจริญเคเบิล กล่าวว่า ที่ผ่านมาการออกกฎมัสต์แครี่ผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในเรื่องของมัสต์แครี่ อย่างไรก็ดีแม้ว่าจะไม่เห็นด้วยทางผู้ประกอบการก็ยินดีปฏิบัติตามคำสั่งของ กสทช. แม้ว่าทีวีดิจิทัลบางช่องจะมีคอนเทนต์ไม่เหมาะกับสมาชิก
พร้อมกันนี้ อยากให้ กสชท.ให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียมบ้าง เพราะมติเดิมเพิ่งผ่านไป 4 เดือน และ กสทช.เองก็ยังไม่ได้แจกคูปอง เพื่อซื้อกล่องแปลงสัญญาณจะสรุปผลได้อย่างไรว่าผู้ชมได้รับผลกระทบและเกิดความสับสนในการจัดเรียงช่อง เพราะตอนนี้ยังไม่ได้มีการติดตั้งกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจทัล
“องค์กรหลักของประเทศไม่ควรเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตอนนี้ผู้ชม 70% หรือประมาณ 15 ล้านครัวเรือนที่ดูมีวีผ่านเคเบิลทีวีและจานดาวเทียมเริ่มจำช่องทีวีดิจิทัลที่จัดเรียงได้แล้วไม่ว่าจะเป็นอากง อาม่า สิ่งที่ กสทช.ควรทำในตอนนี้ คือ ให้ผู้ประกอบการแข่งขันกันโดยเสรีไม่ว่าจะเป็นเสาก้างปลา ทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี หรือทีวีดิจิทัล เพื่อประโยชน์ของประชาชน”นายวิชิตกล่าว
นายสมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราทำตามขั้นตอนมาโดยตลอด การเอาทรัพยากรที่มีอยู่ของอีกคนไปให้อีกคนใช้ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควร เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีลงทุนทุกอย่างด้วยตัวเองไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วย แต่ กสทช.กลับมีมติให้ผู้ประกอบการทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีไปสนับสนุนคู่แข่ง ทั้งที่ตอนประมูลทีวีดิจิทัลทุกคนรู้แล้วว่าประมูลมา เพื่อออกอากาศภาคพื้นดิน แต่พอประมูลเสร็จกลับมายุ่งกับทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ทั้งที่ผู้ประกอบการดังกล่าวไม่ได้ใช้คลื่นความถี่ในการออกอากาศ







