
เอเปกอุ้มธุรกิจโดนภัยพิบัติ
เอเชียแปซิฟิกเกิดภัยธรรมชาติสูงสุดเคาะกองทุนตั้งกิจการใหม่ให้รายย่อย
เอเชียแปซิฟิกเกิดภัยธรรมชาติสูงสุดเคาะกองทุนตั้งกิจการใหม่ให้รายย่อย
เอเปกเพิ่มวงเงินหนุนรายย่อยรับมือผลกระทบจากภัยพิบัติ หวังสร้างความแกร่งให้กับเอสเอ็มอีชาติสมาชิก
อลัน เอสมอนด์ บอลบาร์ด เลขาธิการกรรมการบริหารของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) เปิดเผยว่า ที่ประชุมเอเปกที่เมืองหนานจิง ประเทศจีน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีมติให้เพิ่มวงเงินในกองทุนให้ความช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ
“ที่ประชุมตระหนักถึงความเร่งด่วนในการขยายบทบาทของเอเปก เพื่อคุ้มครองธุรกิจที่อ่อนไหวต่อผลกระทบของภัยพิบัติธรรมชาติ ซึ่งเกิดขึ้นที่จีนและกลุ่มชาติเอเปกอื่นๆ มากกว่าที่ใดในโลก” บอลบาร์ด กล่าว
นอกจากนี้ เอเปกยังจัดเตรียมกองทุนเพื่อให้แก่เอสเอ็มอี เพื่อเป็นทุนสำหรับการก่อตั้งธุรกิจใหม่และการวิจัยเพื่อคิดค้นนวัตกรรม รวมถึงการสร้างบรรยากาศให้เหมาะแก่การดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอี
ในประเด็นดังกล่าว บอลบาร์ด แสดงความเห็นว่า กุญแจสำหรับการพัฒนาธุรกิจรายย่อยคือ การสร้างช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งหมายรวมถึงการกระตุ้นให้ภาคเอกชนเพิ่มความสนใจในการลงทุนในเอสเอ็มอีอีกด้วย
ทั้งนี้ ธุรกิจรายย่อยถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจในเอเชีย โดยมีจำนวนมากกว่า 97% ของธุรกิจทั้งหมดในภูมิภาค และมีสัดส่วนถึง 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของทั่วทั้งเอเชีย
เอเปกให้ความสำคัญกับการพัฒนาเอสเอ็มอีในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนการหาช่องทางเข้าสู่ตลาดและการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตลาดโลก
พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำถึงการขจัดอุปสรรคการค้าระหว่างประเทศ อาทิ การลดกำแพงภาษี และการลดความยุ่งยากในขั้นตอนราชการที่ซับซ้อน
วันเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมของฟิลิปปินส์ (ดีทีไอ) ได้จัดงานสัมมนาเกี่ยวกับเอสเอ็มอีขึ้นที่แหลมแซมโบงา บนเกาะมินดาเนา เพื่อระดมสมองในการร่างแผนเพื่อความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน สำหรับการรับมือกับการเกิดผลกระทบหลังภัยพิบัติ
“อย่างน้อยต้องมั่นใจว่าผลกระทบจากภัยพิบัติจะต้องไม่กินเวลานาน” โลเวล วัลเลเซอร์ ผู้อำนายการเขตพาณิชย์และอุตสาหกรรมของแซมโบงา กล่าว







