posttoday
หุ้นกลุ่มอาเซียนหลังรวม AEC

หุ้นกลุ่มอาเซียนหลังรวม AEC

09 กันยายน 2557

สวัสดีครับ ในปีหน้าก็เริ่มก้าวเข้าสู่การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างเป็นทางการกันแล้ว หลังจากที่เริ่มทยอยมีการเปิดเสรีการค้าการลงทุนในบางกลุ่มอุตสาหกรรมกันไปบ้างแล้วในช่วงที่ผ่านมา โดยการรวมกลุ่ม AEC นี้ แบ่งเป็น 3 ประเด็นใหญ่ๆ คือ การสร้างความเข้มแข็งด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม โดยด้านที่เริ่มทยอยบังคับใช้ไปแล้ว สำหรับในด้านเศรษฐกิจ การรวมกลุ่มมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านการค้าและการลงทุน สร้างอำนาจการต่อรองและขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจโดยมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ (Skill Labor) รวมถึงการเคลื่อนย้ายเงินทุนกันอย่างเสรีภายใต้กรอบความร่วมมือมากขึ้น โดยมีประเทศที่เริ่มเข้าสู่การรวมกลุ่ม AEC ในระยะแรก 6 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย เนื่องจากมีความพร้อมในการดำเนินการมากที่สุด ขณะที่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม จะเข้าสู่การรวมกลุ่ม AEC ในลำดับถัดไป

สวัสดีครับ ในปีหน้าก็เริ่มก้าวเข้าสู่การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างเป็นทางการกันแล้ว หลังจากที่เริ่มทยอยมีการเปิดเสรีการค้าการลงทุนในบางกลุ่มอุตสาหกรรมกันไปบ้างแล้วในช่วงที่ผ่านมา โดยการรวมกลุ่ม AEC นี้ แบ่งเป็น 3 ประเด็นใหญ่ๆ คือ การสร้างความเข้มแข็งด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม โดยด้านที่เริ่มทยอยบังคับใช้ไปแล้ว สำหรับในด้านเศรษฐกิจ การรวมกลุ่มมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านการค้าและการลงทุน สร้างอำนาจการต่อรองและขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจโดยมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ (Skill Labor) รวมถึงการเคลื่อนย้ายเงินทุนกันอย่างเสรีภายใต้กรอบความร่วมมือมากขึ้น โดยมีประเทศที่เริ่มเข้าสู่การรวมกลุ่ม AEC ในระยะแรก 6 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย เนื่องจากมีความพร้อมในการดำเนินการมากที่สุด ขณะที่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม จะเข้าสู่การรวมกลุ่ม AEC ในลำดับถัดไป

เศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียนเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับค่อนข้างดี โดยล่าสุดปี 2013 จีดีพีของกลุ่มอาเซียนมีมูลค่าอยู่ที่ 2,412 พันล้านเหรียญสหรัฐ นำโดยจีดีพีของอินโดนีเซียที่มีมูลค่าประมาณ 867 พันล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาได้แก่ ไทย ซึ่งมีมูลค่าจีดีพีอยู่ที่ 401 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดย IMF ได้คาดการณ์ว่าปี 2014 นี้ จีดีพีของกลุ่มอาเซียนจะมีมูลค่าการเติบโตประมาณ 5.9% จากที่ขยายตัว 5.2% ในปี 2013 จากการส่งออกภายในกลุ่มอาเซียน (Intraregional trade) และนอกกลุ่มอาเซียน (Interregional trade) ที่ฟื้นตัวดีขึ้น โดยปัจจุบันกลุ่มอาเซียนมีการค้าภายในและนอกกลุ่มอาเซียนที่ประมาณ 25% และ 75% ตามลำดับ โดยตลาดหลักสำหรับการส่งออกของกลุ่มอาเซียนไปยังนอกกลุ่ม นำโดย จีน ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป เป็นหลัก ซึ่งคาดว่าการส่งออกของกลุ่มอาเซียนในปีนี้จะขยายตัวได้ประมาณ 9.4% จากปีก่อนหน้าที่ขยายตัว 7.3%

การบริโภคภายในประเทศในช่วงที่ผ่านมาอาจจะชะลอลงไปบ้าง เนื่องจากบางประเทศในกลุ่มอาเซียนต้องเผชิญกับปัญหาการเมืองในประเทศ เช่น ไทยและอินโดนีเซีย อย่างไรก็ดี ด้วยปัญหาการเมืองในประเทศที่หาข้อสรุปได้อย่างชัดเจนและรายได้ต่อหัวของประชากรที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยคาดว่ารายได้ต่อหัวประชากรในปี 2014 จะอยู่ที่ 12,344 เหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 12,163 เหรียญสหรัฐต่อปีในปี 2013 ก็น่าจะสนับสนุนให้การบริโภคภายในประเทศพลิกกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจของอินโดนีเซียและไทยมีสัดส่วนถึง 50% ของทั้งกลุ่มอาเซียน

ความร่วมมือเชิงเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มอาเซียนทำให้ประเทศต่างๆ สนใจเข้ามาทำการค้าการลงทุนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ โดยจะเห็นได้จากการกระจุกตัวของพลังงาน ถ่านหิน โลหะ และจำนวนแรงงาน โดยเฉพาะในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น รวมถึงจุดแข็งด้านการเป็นศูนย์กลางของบริการธุรกรรมทางการเงินที่ปัจจุบันพัฒนาขึ้นมาก โดยเฉพาะสิงคโปร์

ในด้านตลาดทุน มูลค่าขนาดตลาดทุน (Market Cap) ของกลุ่มอาเซียน ซึ่งประกอบด้วย 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สิงคโปร์ และมาเลเซีย ล่าสุดอยู่ที่ 2,393,560 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และตลาดหุ้นฮ่องกงที่มีขนาดมูลค่าตลาดอยู่ที่ 2,696,395 และ 2,978,193 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยผมมองว่าการลงทุนในตลาดหุ้นอาเซียนยังมีโอกาสขยายขนาดมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นได้อีกมากในอนาคต จากศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ซึ่งคาดว่ากลุ่มอุตสาหกรรมหลักๆ ที่จะได้รับผลดีจากในแต่ละประเทศของการลงทุนช่วงแรก โดยเฉพาะประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และมาเลเซีย ได้แก่ กลุ่มการผลิตอุตสาหกรรม กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มวัตถุดิบ กลุ่มการเงิน และกลุ่มสาธารณูปโภค เป็นหลัก จากจุดเด่นของความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติที่โดดเด่น

การเน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจากแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ความแข็งแกร่งของสถาบันการเงิน การฟื้นตัวของอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งอานิสงส์จากการส่งออกที่กลับมาฟื้นตัวหลังจากเศรษฐกิจโลกทยอยปรับตัวดีขึ้น ทำให้มองว่านักลงทุนสามารถกระจายลงทุนได้เป็นอย่างดี เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุนและสร้างพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสม

ปัจจุบันช่องทางการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนยังมีข้อจำกัดสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่จะนำเงินไปลงทุนด้วยตนเอง บลจ.วรรณ จึงอยู่ระหว่างยื่นขออนุมัติจัดตั้งกองทุนกับสำนักงาน ก.ล.ต. โดยคาดว่าจะลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่โดดเด่นในกลุ่มอาเซียนและเสนอขายได้ในเดือน ก.ย. 2557 นี้ครับ

การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน