
ความรู้ที่ถูกต้องตอน 4
สิ่งที่น่าตกใจมากสำหรับคนรุ่นใหม่ ก็คือเขาแยกไม่ออกว่าอะไรคือ Asset อะไรคือ ขยะ
สิ่งที่น่าตกใจมากสำหรับคนรุ่นใหม่ ก็คือเขาแยกไม่ออกว่าอะไรคือ Asset อะไรคือ ขยะ
ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็แยกไม่ออกว่ามันแตกต่างกันอย่างไร ...แต่เชื่อหรือไม่ว่าเศรษฐีทุกคนเขารู้แบบลึกซึ้งเลยว่า อะไรคือ Asset แล้วอะไรที่เป็นขยะ
เพราะสิ่งที่คนทั่วไปไม่รู้เลยก็คือ เขาไม่รู้ว่าเศรษฐีเกือบทุกคนไม่มีใครเก็บเงินสดเลย มีแต่เอาเงินสดมาเปลี่ยนเป็น Asset แล้วเก็บสะสมไว้ เป็นการออมรูปแบบต่างๆ เช่น ออมในที่ดิน ออมในทอง ออมในของเก่า ออมในพระเครื่อง ออมในอัญมณี ออมในของหายาก ออมในหุ้น ...พูดง่ายๆ ว่าออมในอะไรก็ได้ที่ตรงตามหลัก 3 ข้อ คือ
หนึ่ง สิ่งนั้นๆ มนุษย์ต้องการ
สอง มีจำนวนจำกัด และสาม ยิ่งเก็บสิ่งนั้นราคายิ่งขึ้น ...อะไรก็ตามที่ตรงตามหลัก 3 ข้อนี้ เศรษฐีเขาเก็บจนตาย เพราะพอตายก็ส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกหลาน ก็ได้รับแต่ความสรรเสริญ ผิดกับคนทั่วไปที่ทั้งชีวิตหาเงินได้เท่าไหร่ก็เปลี่ยนเป็นขยะเก็บเอาไว้
สุดท้ายพอแก่ตัวเพิ่งมานึกได้ว่าทั้งชีวิตไม่เหลืออะไรเลย เพราะเก็บแต่ขยะ ขยะเต็มบ้าน เก้าอี้ห่วยๆ รถเก่าๆ นาฬิกาเน่าๆ กระเป๋าพังๆ ตัวบ้านโทรมๆ แล้วก็มาตระหนักทีหลังว่า เดี๋ยวนี้โดนล่อซื้อ เพราะเดี๋ยวนี้บ้านใหม่เนื้อที่เล็กลงแต่ตัวบ้านใหญ่ขึ้น ...สุดท้ายไอ้ที่มีราคาเป็น Asset จริงๆ มันคือ ที่ดิน
เจริญล่ะ!! เพิ่งจะมาเข้าใจตอนสายเกินไป
ผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง “ผมเดินสายพูดตามมหาวิทยาลัย ก็ถามน้องๆ นักศึกษาว่าเดี๋ยวผมดูดวงให้ไหม ...ทุกคนก็เอาครับ (ค่ะ) ...อยากรู้อนาคต” ผมก็บอกไปว่าก่อนดูผมถามก่อน ใครมี Asset กันบ้าง
ส่วนใหญ่ก็หยิบ Asset ที่ตัวเองมีขึ้นมา ก็คือ iPhone Samsung บ้างก็รถยนต์คันใหม่ ...บ้างก็คอนโด ที่แม่บรรจงผ่อนให้ สรุปว่าแค่นี้เหรอ
ผมถามเขาไปว่า อะไรที่เขามีแล้วมันตรงตามหลักของ Asset 3 ข้อบ้าง ...ทุกคนเริ่มตกใจว่าไม่มีครับ
ขนาดคอนโดที่ซื้อยังเป็นคอนโดถูกๆ ที่ทำเลห่วยแตก ราคาถูกคนสร้างกันเป็นว่าเล่น ...เดี๋ยวนี้ดอกเบี้ยถูกขนาดนี้ ผมถามว่าอีกหน่อยไม่อยู่ พอมันเก่าปล่อยเช่า ใครจะเช่า ..ถ้าผมเป็นคนเช่า ผมกู้ซื้อใหม่ ราคาถูกกว่าเช่าไม่ดีกว่าหรือ น้องจะลดราคาให้ถูกตกลงคุ้มไหม ...วันนี้ดอกเบี้ยแบบนี้ ผู้ประกอบการเขาก็สร้างกันจน Over Supply ไอ้คอนโดที่ดีจริงมันต้อง High End สร้างในที่ที่ไม่มีอีกแล้ว สุดยอดทำเล ราคาแพง ...ของแพงมีแต่ขึ้น ของถูกมีแต่ลง
ของลดราคามีแต่ขยะ ...วันนี้เราทำงานซื้อแต่ของลดราคา ซื้อเพราะถูกบางทีก็ไม่ได้ใช้ ตกลงจะใช้ชีวิตเป็นคนเก็บขยะ แล้วเมื่อไหร่จะรวยกันล่ะ
เครียด!! ...พอพูดไปทุกคนเครียด เขาก็ย้อนถามผมว่า “แล้วพี่ล่ะมีอะไรเป็น Asset”
ผมก็บอกว่าผมออมในหุ้นปันผล แล้วก็ซื้อมันในเวลาที่บริษัทนั้นๆ มีข่าวร้าย คือ พยายามทยอยซื้อ Asset เมื่อมันมีราคาถูกแล้วก็เก็บไปเรื่อยๆ ให้มันโตขึ้นเหมือนเลี้ยงห่านทองคำ เลี้ยงให้มันโตไปเรื่อยๆ แล้วทุกปีมันก็ออกไข่เป็นทองคำ คือ หุ้นดี ที่ผมออมในหุ้นมันให้ปันผลสม่ำเสมอทุกปีและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“ทันใดนั้นเองผมก็เอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาชูให้น้องๆ ดู”
อะจ๊าก!! ขายของละ ...เคยเห็นหนังสือออมในหุ้นเล่มนี้ไหม ...ใช่!! ลองไปหามาอ่านกันดูให้รู้ว่าในโลกนี้ มีการเล่นหุ้นที่ไม่เสี่ยงด้วย เป็นการเล่นหุ้นแบบซื้อแล้วไม่ขายชั่วชีวิต
เฮ้ย!! ตลาดหุ้นบ้าๆ แบบนี้ เราสามารถซื้อหุ้นดีแล้วไม่ขายเลยชั่วชีวิตจริงๆ เหรอ
จริงดิ ...รวยด้วย ...ถ้าทนได้จะรวย 10 เท่าทุกๆ สิบปี ...คำถามคือ ที่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้เพราะไม่เคยมีความรู้ว่าออมในหุ้นมันทำได้จริง
ซื้อแล้วไม่ต้องขายเลย ...สิ่งที่ได้คือปันผลที่มันโตขึ้นทุกปี จนสุดท้ายแค่ปันผลก็จ่ายคืนเงินต้นที่เราลงทุน ส่วนราคาหุ้นก็ขึ้นเป็นสิบเป็นร้อยเท่าเมื่อเวลาผ่านไป
ถ้าใครเห็นคนในอดีตรวยเพราะออมในที่ดิน ...ลองดูจากนี้ไป เศรษฐีจริงๆ ของไทยจะมาจากการออมในหุ้นนี่แหละ เพราะหุ้นมันดีกว่าที่ดินตรงที่มันมีปันผลด้วย
หุ้นมันก็คือบริษัทที่เป็นเจ้าของที่ดินและมีคนเก่งทำงานในบริษัท เพื่อที่จะปันผลให้เราทุกปีนั่นเอง
“ออมในหุ้นก็เท่ากับออมในเครื่องผลิตเงิน” คุณเข้าใจมันหรือเปล่าล่ะ!!







