
ตั้งเป้าจีนเที่ยวไทยลุ้นยอด 10 ล้านคน
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจจำนวนประชากรชาวจีนกว่า 1,300 ล้านคน ส่งผลให้จีนฉายแสงความเป็นชาติมหาอำนาจที่นานาประเทศต้องการทำการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวของไทย จีนถือเป็นเต็งหนึ่งที่หน่วยงานรัฐอย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภาคเอกชน เช่น สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ลั่นกลองรบกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนมาไทยเป็นอันดับแรก ทันทีที่สถานการณ์การเมืองไทยสงบ
ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกแอตต้า เล่าว่า จีนเป็นตลาดที่อ่อนไหวต่อทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เป็นประเทศที่สามารถสร้างกระแสการเดินทางให้กลับมาได้อย่างรวดเร็ว โดยภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันกระตุ้นการเดินทางผ่านมาตรการด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ เช่น ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าชั่วคราว โรดโชว์สินค้าทางการท่องเที่ยว สนับสนุนสิ่งจูงใจการเดินทาง (อินเซนทีฟ) สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับบริษัททัวร์และนักท่องเที่ยวโดยตรง ล่าสุดแอตต้าได้นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย บริษัททัวร์ โรงแรม จำนวน 107 ราย นำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวแบบบีทูบี ที่กรุงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ มีผลตอบรับที่ดีและเชื่อมั่นว่าการเดินทางช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) นี้จะคึกคักและฟื้นตัวอย่างเต็มที่ในช่วงเทศกาลตรุษจีนต้นปีหน้า ภายใต้เงื่อนไข “การเมืองไทยสงบ”
ด้าน ไมเคิล ซ่ง อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวประเทศจีนสะท้อนภาพพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนเดินทางออกนอกประเทศลดลง เนื่องจากกรณีอุบัติเหตุ MH 370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สและปัญหาการเมืองภายในไทย นักท่องเที่ยวจีนจึงไม่ได้ลดลงเฉพาะแค่ตลาดไทยเท่านั้น
ทั้งนี้ ปัญหาการเมืองไทยที่เกิดขึ้น ทำให้คนจีนเดินทางท่องเที่ยวเกาหลีใต้มากเป็นอันดับ 1 แทนที่ไทย ส่วนจะพลิกฟื้นกลับมาเลือกไทยเป็นเส้นทางอันดับ 1 หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับแนวทางการกระตุ้นตลาดของไทย การนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวให้เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มตลาดออนไลน์ปัจจุบันมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 15% เทียบจากที่ผ่านมามีเพียง 1% และซื้อขายผ่านทัวร์ประมาณ 99% ในส่วนนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัวด้วย "หากปัญหาการเมืองไทยสงบ แล้วมีการนำเสนอแพ็กเกจทัวร์ที่หลากหลายให้กับคนจีน เชื่อว่าไทยจะสามารถกลับมาเป็นเส้นทางอันดับ 1 ได้อีกครั้ง ส่วนเรื่องกฎอัยการศึกหากสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี ไม่เสนอภาพข่าวที่รุนแรง จะไม่มีผลต่อการตัดสินใจมาเที่ยวของคนจีน"
อย่างไรก็ตาม คาดว่าปีหน้าชาวจีนจะเดินทางไปท่องเที่ยวไทยกว่า 6 ล้านคน เนื่องจากยังคงชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวของไทย ประกอบกับกระแสการเดินทางแบบเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) ตามมณฑลต่างๆ มีอัตราเติบโตอย่างก้าวกระโดด ความถี่และความจุของเส้นทางการบินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 10% ต่อปี ในอีก 35 ปี หรือปี 2563 คนจีนจะเดินทางเข้าไทยได้ถึง 10 ล้านคน หากการเมืองไทยสงบ
ไมเคิล บอกอีกว่า ชาวจีนไม่เหมือนชาวยุโรปที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวที่สงบธรรมชาติ แต่เดินทางท่องเที่ยวตามกระแสนิยม ไทยต้องใช้แนวทางดังกล่าวปรับเป็นกลยุทธ์สร้างกระแสการเดินทางให้เกิดขึ้น เช่น ที่ผ่านมาชาวจีนรู้จักเชียงใหม่ เพราะภาพยนตร์เรื่อง “ลอส อิน ไทยแลนด์” เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ที่สร้างการรับรู้สถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีผ่านซีรี่ส์เรื่อง “วินเทอร์ เลิฟ ซอง” ดังนั้นไทยควรมีภาพยนตร์ออกมาสร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่ 2 และ 3 ตามมา
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยและผู้ประกอบการท่องเที่ยวควรนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวตามเมืองรอง เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวของคนจีน เพราะเมื่อคนเดินทางจำนวนมากห้องพักระดับดังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ในอนาคตอาจสร้างกระแสการเดินทางไปยัง หัวหิน กาญจนบุรี หาดใหญ่ ทดแทน
“คนจีนต้องการให้ประเทศไทยแก้ไขปัญหาการ ขู่บังคับให้นักท่องเที่ยวจีนซื้อสินค้าที่ยังหลงเหลืออยู่บ้างให้หมดไป เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้วย”







