
นมกล้วย "บิงแกร" เรื่องกล้วยที่ไม่กล้วยๆ
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา
นอกเหนือจากสารพัดเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั้งหลายแล้ว อีกหนึ่งของฝากสำคัญหรือสินค้าสำคัญที่ห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อมีโอกาสเดินทางมาเยือนแดนโสมขาวเกาหลีใต้ก็คือ การลิ้มรสหนึ่งในเครื่องดื่มประจำชาติอย่างนมกล้วย “บิงแกร” จากขวดซึ่งมีรูปร่างเอกลักษณ์คล้ายตุ่มดินเผา
ความนิยมดังกล่าวส่งผลให้นมกล้วยบิงแกรนับเป็นธุรกิจแดนกิมจิที่น่าสนใจศึกษาถึงความสำเร็จ ไม่น้อย
ด้วยรสชาติกลมกล่อมลงตัวหวานมันของนมผสมกับรสและกลิ่นของกล้วย ผลไม้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นของฟุ่มเฟือยราคาแพง ทำให้นมกล้วยบิงแกรได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 40 ปี นับตั้งแต่ปี 1974 ที่เริ่มวางจำหน่าย ยืนยันได้จากยอดขายปัจจุบันเฉพาะตลาดเกาหลีใต้ที่ 250 ล้านขวด/ปี
คอนนีย์ ลีย์ ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์อารีรังรายงานว่ายอดขายนมกล้วยในเกาหลีใต้ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 90 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2005 ทะลุผ่าน 148 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2013 แถมยังมียอดการผลิต ที่โรงงาน 8 แสนขวด/วัน เพื่อส่งขายทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างชาติอีก 10 ประเทศ รวมถึงสหรัฐ (2004) แคนาดา ฟิลิปปินส์ และจีน (2008)
ขณะเดียวกันมูลค่ายอดขายในตลาดต่างประเทศไม่นับรวมจีนยังขยับเพิ่มขึ้นแบบอย่างน่าสนใจ โดยเพิ่มขึ้นจากประมาณ 5.9 แสนเหรียญสหรัฐ ในปี 2005 มาอยู่ที่ 19 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2013
ความสำเร็จจากผู้ผลิตขนาดกลางของเกาหลีใต้สู่ฐานะผู้ผลิตขนาดใหญ่ระดับประเทศและกำลังไต่เต้าขึ้นสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกเทียบชั้นเครื่องดื่มโคคาโคลาของสหรัฐ กลายเป็นคำถามสำคัญที่ใครหลายคนใคร่อยากรู้ว่าอะไรคือความลับของความสำเร็จของนมกล้วยบิงแกร
ซูห์ วอนจู ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบิงแกร ระบุว่า ประเด็นแรกสุดก็คือการรักษาเอกลักษณ์ของนมกล้วย นั่นคือขวดรูปตุ่มที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ทำให้คนทุกเพศทุกวัยจดจำนมกล้วยบิงแกรได้ตลอด ประเด็นต่อมาคือกลิ่นและรสชาติที่เพียงแค่ได้ชิมครั้งแรกก็สามารถจดจำได้แทบจะทันที และสุดท้าย ก็คือคุณภาพด้านโภชนาการคับขวดในราคาไม่แพง
ขณะที่นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดของเกาหลีใต้ระบุว่า อีกปัจจัยที่เสริมให้นมกล้วยขยายส่วนแบ่งในตลาดต่างประเทศได้มากก็คือกระแสวัฒนธรรมเคป๊อป ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกสนใจความเป็นเกาหลีที่ครอบคลุมไปถึงเรื่องอาหารการกิน ซึ่งบิงแกรถือเป็นองค์กรคิดไกลและไวพอที่จะจับกระแสดังกล่าวก่อนที่เคป๊อปจะโด่งดังเป็นพลุแตก ยืนยันได้จากการเริ่มบุกตลาดต่างประเทศตั้งแต่ปี 2004
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นลำพังแค่กระแสเคป๊อปย่อมไม่สามารถผลักดันให้นมกล้วยบิงแกรเดินหน้าต่อไปได้ เท่ากับการเดินหน้าพัฒนาคุณภาพ และอาศัยการทำการตลาดผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์เข้าช่วย รวมถึงการสำรวจวิจัยตลาดอย่างต่อเนื่อง
การไม่หยุดนิ่งพัฒนาสินค้า ศึกษาตลาด และทำการตลาดอย่างสม่ำเสมอและจริงจัง จึงทำให้นมกล้วยไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ อย่างที่ใครคาดคิด
“เราต้องการเป็นแบรนด์ที่ยืนยงยาวนานเหมือนโคคาโคลาที่มีมานานกว่า 100 ปี อีก 40 ปีข้างหน้าเราจะก้าวผ่านเครื่องดื่มชั้นนำของเกาหลีใต้ เป็นเครื่องดื่มเบอร์ 1 ของเอเชีย และเป็นแบรนด์ระดับโลกในที่สุด” ซูห์ วอนจู ระบุ







